<?xml version='1.0' encoding='UTF-8'?><?xml-stylesheet href="http://www.blogger.com/styles/atom.css" type="text/css"?><feed xmlns='http://www.w3.org/2005/Atom' xmlns:openSearch='http://a9.com/-/spec/opensearchrss/1.0/' xmlns:georss='http://www.georss.org/georss' xmlns:gd='http://schemas.google.com/g/2005' xmlns:thr='http://purl.org/syndication/thread/1.0'><id>tag:blogger.com,1999:blog-6892417444955633654</id><updated>2012-02-16T03:34:10.440-08:00</updated><category term='cozy'/><title type='text'>กิจกรรม</title><subtitle type='html'></subtitle><link rel='http://schemas.google.com/g/2005#feed' type='application/atom+xml' href='http://2cozyonline.blogspot.com/feeds/posts/default'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6892417444955633654/posts/default?max-results=100'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://2cozyonline.blogspot.com/'/><link rel='hub' href='http://pubsubhubbub.appspot.com/'/><author><name>Cozy Blog Team</name><uri>http://www.blogger.com/profile/00937403199560185443</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='26' height='32' src='http://farm1.static.flickr.com/134/379368091_92cfabdaf8.jpg?v=0'/></author><generator version='7.00' uri='http://www.blogger.com'>Blogger</generator><openSearch:totalResults>3</openSearch:totalResults><openSearch:startIndex>1</openSearch:startIndex><openSearch:itemsPerPage>100</openSearch:itemsPerPage><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-6892417444955633654.post-8147629132847808988</id><published>2007-03-01T21:42:00.000-08:00</published><updated>2007-03-01T21:54:31.861-08:00</updated><title type='text'>ข้อสอบเก่า</title><content type='html'>เอามาจาก &lt;a href="http://www.dek-tm.com"&gt;www.dek-tm.com&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;ข้อสอบเก่า วิชา JR404&lt;br /&gt;คำสั่ง : ข้อสอบประกอบด้วยคำถามทั้งหมด 5 ข้อนักศึกษาที่ทำรายงานส่ง ให้เลือกทำข้อสอบเพียง 3 ข้อเท่านั้นสำหรับนักศึกษาที่ไม่ได้ทำรายงานส่ง ต้องทำข้อสอบทุกข้อปล. สำหรับตอนสอบซ่อมให้ยึดคำสั่งเดิมนะจ๊ะ คนที่เข้าเรียนและทำรายงานส่งก็ทำ 3 ข้อ ถ้าไม่เข้าเรียนรายงานไม่มีก็เชิญทำไป 5 ข้อ...&lt;br /&gt;ข้อ 1. เรื่องทั่วไปของการวิจัย&lt;br /&gt;1.1 ความหมายของการวิจัย&lt;br /&gt;1.2 การแบ่งประเภทการวิจัยโดยใช้เกณฑ์ระเบียบวิธีวิจัยและวิธีการศึกษา ทั้งสองวิธีแบ่งได้เป็นกี่ประเภท อะไรบ้าง&lt;br /&gt;1.3 การวิจัยทางสังคมศาสตร์สามารถแบ่งตามระเบียบวิธีได้กี่กลุ่ม แต่ละกลุ่มมีกี่ประเภท อะไรบ้าง&lt;br /&gt;1.4 หัวข้อการวิจัย "อิทธิพลและประสิทธิภาพของสื่อเกี่ยวกับข่าวสารการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรต่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งอ ายุ 18-20 ปี" ควรจัดเป็นการวิจัยประเภทใด&lt;br /&gt;ข้อ 2. ตัวแปรและสมมติฐาน&lt;br /&gt;2.1 จากหัวข้อการวิจัย "การศึกษาพฤติกรรมการเปิดรับหนังสือพิมพ์ออนไลน์ของนักศึกษามหาวิทยาลัยรามคำแหง" จงระบุตัวแปรอิสระและตัวแปรตามของการวิจัยนี้&lt;br /&gt;2.2 จงนิยามศัพท์และตัวแปรที่นักศึกษาระบุในข้อ&lt;br /&gt;2.1 เป็นนิยามเชิงปฎิบัติการ&lt;br /&gt;2.3 สมมติฐานคืออะไร จากหัวข้อวิจัย&lt;br /&gt;2.1 จงเขียนสมมติฐานวิจัยมา 1 สมมติฐาน&lt;br /&gt;2.4 ระดับนัยสำคัญที่ .05 หมายความว่าอย่างไร&lt;br /&gt;ข้อ 3. ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง&lt;br /&gt;3.1 ความหมายของประชากร กลุ่มตัวอย่าง และทำไมถึงต้องมีการสุ่มตัวอย่าง&lt;br /&gt;3.2 การสุ่มตัวอย่างมี 2 แบบ คือ แบบไม่ใช้หลักความน่าจะเป็นและแบบใช้หลักความน่าจะเป็น วิธีการสุ่มตัวอย่างต่อไปนี้เป็นแบบใดใน 2 แบบดังกล่าวก. การสุ่มแบบเจาะจงข. การสุ่มโดยโควตาค. การสุ่มโดยการจับฉลากง. การสุ่มแบบกลุ่ม&lt;br /&gt;3.3 จากหัวข้อการวิจัยใน 1.4 จงเขียนขั้นตอนการสุ่มแบบหลายขั้นตอน (Multistage Sampling)&lt;br /&gt;3.4 จงระบุประชากรของการวิจัยข้อ&lt;br /&gt;2.1 และนักศึกษาจะกำหนดขนาดของกลุ่มตัวอย่างได้อย่างไร&lt;br /&gt;ข้อ 4. การเก็บรวบรวมข้อมูลและเครื่องมือการวิจัย&lt;br /&gt;4.1 ความหมายของข้อมูลปฐมภูมิและทุติยภูมิ&lt;br /&gt;4.2 การเก็บรวบรวมข้อมูลมีกี่วิธี อะไรบ้าง&lt;br /&gt;4.3 เครื่องมือวิจัยที่มีคุณภาพสูงต้องมีลักษณะสำคัญอะไรบ้าง&lt;br /&gt;4.4 จากหัวข้อการวิจัย 2.1 นักศึกษาคิดว่าสามารถใช้เครื่องมือการวิจัยใดได้บ้าง และอธิบายว่า เครื่องมือการวิจัยที่นักศึกษาเลือกนั้นมีกี่แบบ อะไรบ้างข้อ&lt;br /&gt;5. การจัดกระทำและการวิเคราะห์ข้อมูล&lt;br /&gt;5.1 ความหมายของการจัดกระทำและการวิเคราะห์ข้อมูล&lt;br /&gt;5.2 จากหัวข้อการวิจัย 2.1 นักศึกษาคิดว่าจะใช้ สถิติพรรณนาหรือบรรยาย (Descriptive Statistics) ใดบ้าง โดยอธิบายความหมายของสถิติแต่ละค่าที่นักศึกษาเลือกด้วย&lt;br /&gt;5.3 ความหมายของสถิติอ้างอิง (Inferential Statistics) และจากสมมติฐานที่นักศึกษาตั้งไว้ในข้อ 2.3 นักศึกษาคิดว่าจะใช้สถิติอ้างอิงข้อใดทดสอบสมมติฐานนี้&lt;br /&gt;5.4 การนำเสนอผลการวิจัยสามารถนำเสนอข้อมูลในลักษณะใดได้บ้าง และในการเขียนรายงานวิจัยจะประกอบด้วยส่วนสำคัญ 5 ส่วน หรือบท ได้แก่อะไรบ้าง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แนวข้อสอบ JR301 เทอม2/48คำสั่ง : นักศึกษาที่ส่งรายงานในชั้นเรียนให้ทำข้อสอบเฉพาะข้อ 1 -4 เท่านั้นส่วนนักศึกษาที่ไม่ได้ส่งรายงาน ให้ทำข้อสอบทั้งหมด 6&lt;br /&gt;ข้อ1. จงบอกลักษณะของ Search engine ที่เรียกว่า Keyword Index กับ Subject Directories มาอย่างละเอียด และทำการวิเคราะห์ถึงข้อแตกต่างระหว่าง Search engine ทั้ง 2 ประเภท พร้อมตัวอย่างประกอบ (20 คะแนน)&lt;br /&gt;2. ให้นักศึกษาบรรยายถึงเครื่องมือที่อยู่บนอินเทอร์เน็ตทั้งหมดมาอย่างละเอียด พร้อมยกตัวอย่างวิธีการนำไปใช้งาน (20 คะแนน)&lt;br /&gt;3. กรณีข่าวการซื้อหุ้นของบริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่น จำกัด(มหาชน) จากกลุ่มนักลงทุน บริษัท เทมาเส็ก โฮลด์ดิ้งส์ จำกัด จากประเทศสิงคโปร์ หากนักศึกษาได้รับมอบหมายจากหัวหน้ากองบรรณาธิการให้ทำข่าวดังกล่าว จงอธิบายถึงวิธีการนำคอมพิวเตอร์มาใช้งานในการสืบค้นข้อมูลจากเหตุการณ์ดังกล่าว (20 คะแนน)4. ให้นักศึกษาอธิบายความหมายของระบบสารสนเทศมาพอเป็นที่เข้าใจ อธิบายความแตกต่างระหว่าง ข้อมูล กับสารสนเทศ พร้อมยกตัวอย่างประกอบ (10 คะแนน)&lt;br /&gt;5. ให้นักศึกษาวิพากย์ถึงวิธีการนำพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสาร พ.ศ. 2540 มาใช้ในการรายงานข่าวให้เกิดประโยชน์ได้อย่างไร (20 คะแนน)6. ให้นักศึกษาอภิปรายถึงคุณประโยชน์ของการนำเอาโปรแกรม Excel มาใช้ในการจัดเตรียมข้อมูลโดยสังเขป (10คะแนน)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ข้อสอบวิชา JR 301 ภาค1/2549คำสั่งข้อสอบมี 7 ข้อ - นักศึกษาที่ส่งงาน ทำเฉพาะข้อ 1-5- นักศึกษาที่ไม่ได้ส่งงาน ทำทุกข้อ&lt;br /&gt;1. จงอธิบายวิธีการนำคอมพิวเตอร์มาใช้ในการสืบค้นข้อมูลทางการเงิน รวมถึงสภาพธุรกิจของ บริษัท ชิน คอร์เปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ชื่อย่อในตลาดหลักทรัพย์ว่า shin ที่ขายหุ้นให้กับ เทมาเซค โฮลดิ้ง หรือ Temasek มาอย่างละเอียด&lt;br /&gt;2. จงอภิปรายการประยุกต์ใช้ search engine ในการหาข้อมูลเพื่อรายงานข่าวอย่างละเอียด โดยให้เลือก Search engine ที่เป็นของประเทศไทยกับต่างประเทศ มาอย่างละ 1 search engine&lt;br /&gt;3. แหล่งข่าวนับเป็นแหล่งข้อมูลสำคัญของสื่อมวลชน ให้นักศึกษาบรรยายถึงประเภทของแหล่งข่างอิเล็กทรอนิคส์ในปัจจุบันมาให้เห็นภาพ&lt;br /&gt;4. จงบรรยายถึงเครื่องมือที่อยู่บนอินเตอร์เน็ตที่สามารถนำมาทำการสืบค้นข้อมูลประกอบการายงานข่าว&lt;br /&gt;5. จงอภิปรายความสัมพันธ์ระหว่างสิทธิได้รู้กับพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสาร พ.ศ. 2540 ที่สื่อมวลชนสามารถนำมาใช้ประยุกต์ในการรายงานข่าว พร้อมยกตัวอย่างประกอบ&lt;br /&gt;6. จงอภิปรายถึงคุณประโยชน์ของการนำโปรแกรม Excel มาใช้ในการจัดเตรียมข้อมูลโดยสังเขป&lt;br /&gt;7. จงอธิบายคุณลักษณะเทคโนโลยีสารสนเทศที่เข้ามาช่วยในการรายงานข่าวในปัจจุบันมาโดยสังเขป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;JR 201ภาค S ปีการศึกษา 2548คำสั่ง ข้อสอบชุดนี้เป็นอัตนัย มีจำนวน 5 ข้อ (ข้อละ 20 คะแนน รวม 100 คะแนน) ให้นักศึกษาทำทุกข้อ ยกเว้น นักศึกษาที่ส่งงานฝึกปฏิบัติครบ 3 ชิ้นงาน (คะแนนรวม 40 คะแนน) และประสงค์จะใช้คะแนนดังกล่าว ให้ทำข้อ 1-3 เท่านั้น&lt;br /&gt;1. ให้นักศึกษาเรียบเรียงข้อมูลข่าวดังต่อไปนี้ ในรูปของข่าว ประกอบด้วย พาดหัวข่าว โปรยข่าว และเนื้อข่าว ตามโครงสร้างของการเขียวข่าวแบบปิรามิดหัวกลับ (Inverted Pyamid) โดยนำเสนอในรูปแบบ Indirected Quote นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รักษาการรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวในคราวการประชุมร่วมกับสมาคมผู้ส่งข้าวออกต่างประเทศว่า “ทางกระทรวงจะเปิดระบายข้าวหอมมะลิเก่า ซึ่งข้าวพวกนี้เป็นข้าวคุณภาพ ในโครงการรับจำนำข้าวเปลือกนาปี 2547/48 จำนวนกว่า 4 แสนตันให้กับผู้ที่สนใจ ภายใต้เงื่อนไขพิเศษ คือ ข้าวที่ได้รับประมูลสามารถส่งออก และจำหน่ายภายในประเทศได้ด้วย ซึ่งเดิมที ตั้งหลักเกณฑ์ว่าผู้ประมูลได้จะต้องนำข้าวไปส่งออกตลาดต่างประเทศเท่านั้น โดยราคาประมูลจะเสนอราคาเข้ามาเป็นเงินบาท และจะต้องเป็นราคาที่สมเหตุสมผล แต่ว่าตามเงื่อนไขการประมูลเนี่ย ได้มอบหมายให้นายการุณ กิตติสถาพร ปลัดกระทรวงพาณิชย์ไปประชุมร่วมกับสมาคมผู้ส่งข้าวออกต่างประเทศ เพื่อกำหนดแนวทางในการประมูลต่อไป ส่วนข้าวหอมมะลิอีก 5 แสนตันนั้น ซึ่งเป็นข้าวที่มีการปลอมปน จะต้องระบายออกเช่นกัน ฉะนั้น ผมก็ได้สั่งการให้ปลัดกระทรวงพาณิชย์และองค์การคลังสินค้า (อคส.) ไปหารือกับ พล.ต.อ. เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส จเรตำรวจแห่งชาติ ในฐานะประธานคณะกรรมการการตรวจสอบคุณภาพข้าวหอมมะลิในครั้งการรับจำนำข้าวเปลือกนา ฤดูกาล 2547/48 เพื่อจะได้หาวิธีการแก้ไขทางข้อกฎหมายที่จะสามารถระบายข้าวหอมมะลิปลอมปนควบคู่ไปกับการดำเนินคดีทางกฎหมา ยกับโกดังข้าว 57 แห่งที่มีการปลอมปน” นายการุณ กิตติสถาพร ปลัดกระทรวงพาณิชย์ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวว่า “เราจะเรียกสมาคมฯ หารือถึงหลักเกณฑ์ในการประมูลข้าวหอมมะลิได้ภายใน 1-2 วันนี้ เนื่องจากว่าเกณฑ์การขายข้าวจะไม่เหมือนกันการประมูลข้าวอย่างที่เคยปฏิบัติมาในอดีต”&lt;br /&gt;2. จงอ่านข่าวด้านล่างต่อไปนี้ และทำตามโจทย์ที่กำหนดให้ดังนี้&lt;br /&gt;2.1 เขียนส่วนโปรยข่าวแบบ When Lead&lt;br /&gt;2.2 เขียนพาดหัวข่าว (News Headline)นายสุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ โฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กล่าวถึงสถิติการผลิตและส่งออกรถยนต์ในเดือนมกราคมถึงมีนาคม 2549 ว่า ในช่วง 3 เดือนแรกของปีนี้ ประเทศไทยผลิตรถยนต์ได้ทั้งสิ้น 3.04 แสนคัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว 52,424 คัน หรือ 20.80% แบ่งเป็นการผลิตเพื่อส่งออก 1.41 แสนคัน เติบโตเพิ่มขึ้น 51.98% โดยขณะนี้มีรถยนต์สำเร็จรูปที่ส่งออกแล้วทั้งสิ้น 1.387 แสนคัน คิดเป็น 45.56% ของรถยนต์ที่ผลิตได้ทั้งหมด และส่งออกมากกว่าปีที่แล้ว 51,741 คัน เพิ่มขึ้น 59.50% คิดเป็นมูลค่า 61,979.62 ล้านบาท มากกว่าปีที่แล้ว 53.66%สาเหตุที่การผลิตรถยนต์เพื่อส่งออกขยายตัวอย่างมาก เป็นผลจากการเปิดการค้าเสรี (เอฟทีเอ) กับออสเตรเลีย ทำให้ผู้ผลิตรถยนต์หลายค่าย เช่น โตโยต้า ฮอนด้า ส่งรถยนต์ไปจำหน่ายในออสเตรเลียได้มากขึ้น นอกจากนี้ ค่ายอีซูซุ จีเอ็ม มิตซูบิชิ และ ฟอร์ด ได้ย้ายฐานการผลิตมายังประเทศไทยเพื่อการส่งออกอย่างเต็มตัว รวมทั้งตลาดตะวันออกกลางมีกำลังซื้อเพิ่มขึ้นตามภาวะราคาน้ำมันสำหรับรถยนต์นั่งในช่วง 3 เดือนแรกของปีนี้ ประกอยได้ 74,628 คัน คิดเป็น 24.51% ของรถยนต์ที่ผลิตได้ทั้งหมด และผลิตมากกว่าปีที่แล้ว 9,187 คัน เพิ่มขึ้น 14.04% และผลิตเพื่อส่งออกเพิ่มขึ้น 51.98% ส่วนรถจักรยานยนต์ช่วง 3 เดือนที่ผ่าน ผลิตได้ทั้งสิ้น 9.579 แสนคัน มากกว่าปีที่แล้ว 10.34% ขณะที่การส่งออกเครื่องยนต์ ชิ้นส่วนรถยนต์ อะไหล่รถยนต์ มีมูลค่าการส่งออก 2,111.85 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว 41.25%ทั้งนี้ คาดว่าปีนี้ประเทศไทยจะผลิตรถยนต์ได้ทั้งสิ้น 1.245 ล้านคัน หรือ ยอดผลิตขยายตัวจากปีที่แล้ว 10% ในจำนวนแบ่งเป็นจำหน่ายในประเทศ 7.2 แสนคัน ส่งออกต่างประเทศ 5.2 แสนคัน สำหรับตลาดในประเทศคาดว่า ครึ่งปีหลังยอดขายจะเพิ่มขึ้น 55% เนื่องจากบริษัทรถยนต์มีแผนแนะนำรถรุ่นใหม่ออกสู่ตลาด แม้ว่าราคาน้ำมันและอัตราดอกเบี้ยจะปรับตัวสูงขึ้น แต่ความต้องการใช้รถของผู้บริโภคยังมีอยู่อย่างต่อเนื่อง&lt;br /&gt;3. จงเขียนบทความแสดงความคิดเห็นส่วนบุคคล (บุคลาทรรศน์) ประกอบด้วย1. ความนำ2. ส่วนเชื่อม (มีหรือไม่มีก็ได้)3. เนื้อความ4. บทสรุป / ความจบ พร้อมตั้งชื่อเรื่อง โดยใช้ประเด็นและข้อมูลข่าวด้านล่างนี้ (กำหนดความยาวไม่น้อยกว่า 5 ย่อหน้า) นางจินาวรรณ เฮอร์แมน กรรมการผู้จัดการ บริษัท สยามแบรนด์ เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด ซึ่งตั้งอยู่ที่ย่านประเวศ กรุงเทพฯ ผู้ผลิตเครื่องหนังส่งขายในประเทศและส่งออกต่างประเทศ นับเป็นผู้นำรายต้นๆ ของเมืองไทยที่นำหนังปลานิลมาใช้ใช่ในการผลิตเครื่องหนัง เริ่มทำมาเป็นเวลาปีเศษๆ แล้ว โดยเริ่มแรก มีผู้นำหนังปลามาเสนอให้ใช้เป็นวัสดุในการผลิตด้วยเหตุที่เธอเป็นผู้มีความชำนาญในการทำธุรกิจประเภทนี้มาหลายปี และเคยเห็นว่า มีคนเคยนำหนังปลานิลมาใช้ทำเป็นของชิ้นเล็กๆ อย่างพวงกุญแจ และด้วยคุณสมบัติพิเศษของหนรังปลานิลที่มีลักษณะแปลกกว่าปลาชนิดอื่น คือ จะซื้อกันเป็นชั้นๆ มีความเหนียว ด้าน จึงได้มีการต่อยอด พัฒนาคิดค้นผลิตภัณฑ์ให้ออกมาตรงกับความต้องการของตลาดนางจินาวรรณกล่าวว่า ผลิตภัณฑ์หนังปลานิลที่ผ่านกระบวนการสร้างสรรค์จากมันสมองของเธอ ส่งผลให้ปัจจุบันผลิตภัณฑ์มีหลายหลายรูปแบบให้ลูกค้าเลือกซื้อ อาทิ กระเป๋าสตรี ซึ่งมีทั้งแบบกระเป๋าหิ้ว กระเป๋าสะพายและกระเป๋าสตางค์ นอกจากนี้ เธอยังผลิตรองเท้าสตรีที่เน้นสีสัน และทรงของแฟชั่นที่ทันสมัย รวมไปถึงเข็มขัด กำไลข้อมือ และสร้อยคอ ซึ่งสินค้าแต่ละประเภทล้วนมีสีสันและลวดลายที่สวยงาน สะดุดตาสำหรับกรรมวิธีในการผลิตหนังปลานิลนั้น กรรมการผู้จัดการบริษัท สยามแบรนด์ เอ็นเตอร์ไพรส์ อธิบายว่า เริ่มจากการนำหนังปลานิลเข้าสู่กระบวนการฟอกหนัง โดยใช้น้ำยาเคมีเหมือนกับการฟอกหนังทั่วไป จากนั้น นำไปขึงให้ตึงแล้วตากจนแห้ง เมื่อแห้งแล้วหนังปลาจะกลายเป็นสีเทา-ดำ ขั้นต่อไป เติมสีสันด้วยการพ่นสีตามที่ต้องการและเคลือบแลกเกอร์ รอจนแห้ง ก็จะได้หนังปลาที่สมบูรณ์พร้อมใช้งานนางจินาวรรณกล่าวอีกว่า หนังปลาที่ได้ นอกจากจะเป็นสีพื้นแล้ว ยังสามารถเล่นลวดลายและสีสันด้วยการเติมสีเงินหรือสีทองลงไปตามรอยของเกล็ดปลา และอาจจะเพิ่มความน่าสนใจให้กับตัวสินค้าด้วยการปักเลื่อมหรือลูกปัดก็ได้ ต่อมา คือขั้นตอนการออกแบบและกำหนดรูปแบบของตัวผลิตภัณฑ์“ในการออกแบบนั้น ดิฉันจะยึดหลักให้ทันกับแฟชั่น คือ ต้องรู้ว่า ช่วงนี้ตลาดต้องการสินค้าแบบไหน สีอะไร เมื่อออกแบบได้ตามที่ต้องการแล้ว จึงจะนำหนังปลามาเย็นต่อกันให้เป็นแผ่นตามขนาดและสีที่ต้องการ เนื่องจากหนังปลามีขนาดเล็ก จึงต้องเย็บต่อกันเพื่อให้ได้ขนาดที่เหมาะสม จากนั้น นำหนังปลาที่เย็บเป็นแผ่นแล้วมาตัดตามแบบและรูปทรงของผลิตภัณฑ์ แล้วเย็บขึ้นรูปตามแบบที่กำหนดไว้ ทั้งนี้ ปริมาณหนังปลาที่ใช้ในแต่ละครั้งขึ้นอยู่กับรูปแบบและขนาดของตัวผลิตภัณฑ์ ส่วนระยะเวลาในการทำนั้น ชิ้นเล็กประมาณ 1 วัน ส่วนชิ้นใหญ่ 1-2 วัน” นางจินาวรรณกล่าวเกี่ยวกับยอดขายผลิตภัณฑ์ นางจินาวรรณ ยอมรับว่า ปัจจุบันผลิตภัณฑ์หนังปลานิลได้รับการยอมรับจากลูกค้าทั่งในและต่างประเทศเป็นจำนวนมาก โดยรองเท้าจำหน่ายราคาคู่ละประมาณ 1,200-2,500 บาท มียอดขายเดือนละ 2,000 คู่ ส่วนกระเป๋าราคาประมาณใบละ 1,500-3,000 บาท ยอดขายประมาณเดือนละ 2,000 ใบข้อมูลเพิ่มเติมประกอบการเขียนบทความภูมิปัญญาไทย หรือ ภูมิปัญญาชาวบ้าน ถือเป็นปัจจัยสำคัญต่อการพัฒนาชีวิต ความเป็นอยู่ของประชากร ทั้งทางสังคมและเศรษฐกิจ เนื่องจากภูมิปัญญาชาวบ้าน เกิดขึ้นจากความรอบรู้ ประสบการณ์ แนวคิดที่ทางสังคมหรือชุมชนได้สืบทอดต่อๆ กันมา ด้วยคนไทยแต่โบราณ มีภูมิปัญญาฉลาดล้ำลึกในการประดิษฐ์คิดค้น สร้างสรรค์ เพื่อใช้ประโยชน์จากสิ่งแวดล้อม แก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในท้องถิ่น เพื่อการดำรงชีวิตอย่างสุขกายสบายใจ โดยเฉพาะภูมิปัญญาด้านปัจจัยพื้นฐานแห่งการดำรงชีพ ประกอบด้วยความสามารถในการหาอาหาร การปลูกสร้างที่อยู่อาศัย การคิดค้นประดิษฐ์สิ่งทอเพื่อการนุ่งห่ม และความรู้ในการบำบัดรักษาโรคภัยไข้เจ็บ ซึ่งช่วยให้สังคมไทยนับแต่อดีตดำรงได้อย่างสงบสุขสืบถึงปัจจุบัน ภูมิปัญญาเหล่านี้เสริมสร้างคุณลักษณะแกสังคมไทย ให้รู้จักการผ่อนสั้น ผ่อนยาว ผ่อนหนักให้เป็นเบา ผ่อนร้ายให้กลายเป็นดี มีความมัธยัสถ์อดออม จนเกิดเป็นความมั่งคั่งทางสังคม การเมืองและเศรษฐกิจ แบบพึ่งพาตนเองได้ในลักษณะพอมีพอกิน สามารถนำทรัพยากรที่มีอยู่มาใช้เพื่อการพัฒนาประเทศได้อย่างคุ้มค่าที่สุด รวมไปจนถึงมีระบบการจัดการด้านทรัพยากรดิน แร่ธาตุ ป่าไม้ แหล่งน้ำอย่างทรงประสิทธิภาพ&lt;br /&gt;4. จงอธิบายว่า บทความประเภทบุคลาทรรศน์ และบทบรรณาธิการ มีวัตถุประสงค์ในการเขียนเพื่อการสื่อสารเหมือน หรือ ต่างกันอย่างไร5. จงอธิบายว่า บทบรรณาธิการที่ดีควรมีลักษณะอย่างไร&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ข้อสอบวิชาJR302 เทอม1/49 ข้อละ 20 คะแนน&lt;br /&gt;1. ระบบการจัดการภาพ คืออะไร มีความสำคัญอย่างไร กับการทำงานด้วยระบบดิจิตอลอธิบาย (ตอบเป็นข้อๆ)&lt;br /&gt;2. Photoshop และ Illutrator สามารสรางสรรค์งานด้านภาพเพื่องานสื่อประสมได้อย่างไรบ้าง อธิบายพร้อมยกตัวอย่างประกอบ&lt;br /&gt;3. เมื่อศึกษาการใช้งาน Photoshop แล้ว ท่านสามารถใช้โปรแกรมนี้ทำงานใดได้บ้าง บอกทุกอย่างที่ท่านสามารถใช้ประโยชน์จากโปรแกรมนี้&lt;br /&gt;4. Bitmap image และ Vector image คืออะไร นำมาใช้กับงานที่ใช้กับภาพหรือสื่อที่ใช้ภาพ แตกต่างกันอย่างไร&lt;br /&gt;5. การสร้างสรรค์ภาพถ่าย เพื่อนำไปใช้ร่วมกับงานด้านวารสารศาสตร์ เป็นสิ่งจำเป็นอย่างมาก ท่านคิดว่าบทบาทของภาพถ่านที่มีต่องานวารสารศาสตร์ มีความสำคัญอย่างไรอ้างอิงจาก ... &lt;a href="http://www.dek-tm.com/dektmlite/index.php?option=com_mamboboard&amp;Itemid=43&amp;amp;amp;func=view&amp;id=1482&amp;amp;catid=7" target="_blank"&gt;http://www.dek-tm.com/dektmlite/index.php?option=com_mamboboard&amp;Itemid=43&amp;amp;amp;func=view&amp;id=1482&amp;amp;catid=7&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;JR401ภาค 2 ปีการศึกษา 2548&lt;br /&gt;1. Desktop Author คืออะไร และการใช้สื่อๆ นอกจาก Text มีอะไรบ้าง&lt;br /&gt;2. รูปแบบของ Multimedia คืออะไร&lt;br /&gt;3. Multimedia มีอะไรบ้าง&lt;br /&gt;4. กระบวนการผลิต Multimedia มีองค์ประกอบอย่างไร และมีผู้เกี่ยวข้องอะไรบ้าง&lt;br /&gt;5. วิธีการทำ Multimedia E- book และ Multimedia CD-Rom&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ข้อสอบวิชา JR401 - 13/09/2006 22:11 อันนี้เป็นข้อสอบซ่อม 2,S/48 ข้อละ 25 คะแนน&lt;br /&gt;1. ปัจจุบันได้มาการนำสื่อประสมไปประยุกต์ใช้กับงานหลายด้าน จงยกตัวอย่างงานที่นำสื่อประสมไปประยุกต์ใช้มา 4 อย่าง พร้อมยกตัวอย่างประกอบ&lt;br /&gt;2. สื่อประสมคืออะไร และมีอะไรบ้าง นอกจากสื่อประสมที่ใช้กันอยู่ทั่วไปแล้ว ได้มีการคิดค้นสื่อประสมใหม่ๆขึ้น จงยกตัวอย่าง&lt;br /&gt;3. ถ้าท่านได้รับมอบหมายให้ทำโครงการสื่อประสมขึ้นมา 1 ชิ้น จงตอบคำถามต่อไปนี้1. ชื่อโครงการ2. วัตถุประสงค์ของโครงการ3. กลุ่มเป้าหมาย 4. การดำเนินงานของโครงการ 5. การกระจายหรือเผยแพร่สื่อประสม&lt;br /&gt;4. การใช้อินเทอร์เน็ตในปัจจุบัน ได้มีการนำสื่อประสมมาใช้ประโยชน์เป็นอย่างมาก จงอธิบายถึงประโยชน์ที่เกื้อ***ลกันของอินเทอร์เน็ตและสื่อประสม พร้อมยกตัวอย่าง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วิชาเทคโนโลยีสื่อประสมเพื่องานวารสารศาสตร์ เจอาร์401ภาคเรียนที่ 2/49อาจารย์ประจำวิชา อาจารย์สุขเกษม อุยโต อาจารย์พิเศษจากมหาวิทยาลัยรังสิตAssignment : 3 งานด้วยกัน รวมคะแนะเก็บทั้งหมด 40 คะแนน&lt;br /&gt;1.Multimedia E-bookคำอธิบายเพิ่มเติม - อาจารย์ให้ทำหนังสืออิเล็คทรอนิค หรืออีบุ๊ค ทำจากโปรแกรมพาวเวอร์พอยต์ แล้วแปลงเป็นไฟล์ PDF หากเครื่องไหนไม่มีโปรมแกรมอะโกรแบทโปรเฟทชันนอล จะไม่มีที่แปลงไฟล์ในโปรแกรมพาวเวอร์พอยต์ เพราะฉะนั้นลองดาวด์โลดมาใช้นะครับ พอแปลงแล้วให้ไร?ลงแผ่นซีดี พร้อมกับไฟล์วีดีที่มีนามสกุลว่า wmv หรือ avi ที่เกี่ยวกับเรื่องที่เราทำเช่นต้นทำเรื่องพระมหาชนก ต้นก็มีทั้งไฟล์งาน PDF และไฟล์งาน wmv หรือ avi ในแผ่นซีดีแผ่นเดียวนะครับ 10 คะแนะนะครับสำหรับงานนี้ แต่ส่วนตัว ต้นส่ง 2 แผ่นคือลองทำอีบุคในโปรแกรม flipalbum ด้วยอาจารย์ไม่ได้สั่งหรอกแต่อยากทำ ดาวน์โลดมาใช้ได้เช่นกันนะครับ เป็นอีกทางเลือก เพราะเป็นอีบุคประเภทหนึ่ง&lt;br /&gt;2.Multimedia E-book on cd romคำอธิบายเพิ่มเติม - เรียกง่ายๆว่าออกแบบเวบมา 1 เวบนั่นเองแต่ไรท์ลงแผ่นซีดีมาส่งนะครับ 20 คะแนน&lt;br /&gt;3.ทำสื่อวีดีโอ หรือเขียนบทความสารานุกรมบทวิกกีพีเดียคำอธิบายเพิ่มเติม - สื่อวีดีโอ จะทำเอ็มวีก็ได้ เรียกง่ายๆว่าเป็นแผ่นวีซีดี ตัดต่อหน่อยก็ดีนะครับ ส่วนตัว ต้นทำเรื่องคนดีของน้องทอส ก็ทั้งถ่ายทำและตัดต่อ พูดเกริ่นเองด้วย โปรแกรมที่ต้นใช้จะเป็นพรีเมียร์โปร 2.0 ในการตัดต่อ หรือเพื่อนๆพี่ๆจะใชโปรแกรมอื่นๆก็ได้นะครับ เช่น ยูลีด เวกัส ไฟนอลคัด หรือในวินโดว์ก็ก็จะมี วินโดว์มูฟวี่เมกเกอร์ให้ลองทำ ในส่วนของสารานุกรมบนวีกกีพีเดียต้นไม่ได้ทำนะครับเพราะเลือกทำวีดีโอซีดี เพราะฉะนั้นต้นไม่ได้ถามอาจารย์ ไม่กล้าให้ข้อมูลครับ ส่งไม่เกิน 15 กพ นะครับ น่าจะในคาบเรียน หากส่งไม่ทันให้ส่งไปรษณีย์ตามไป แต่อีเมลล์อาจารย์ต้นไม่รู้นะครับ ไปรษณีย์ก็ไม่รู้ ถ้ารู้จะบอกอีกทีนะไปแล้วนะ มีไรถามเพิ่มเมลล์มาถามได้นะครับ namkang79@hotmail.com&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;JR 204 การออบแบบเวบไซต์เบื้องต้นภาค 2 ปีการศึกษา 2548คำสั่ง&lt;br /&gt;1.ให้นักศึกษาเขียนคำตอบลงในสมุดคำตอบ&lt;br /&gt;2.คะแนนเต็ม 100 คะแนน3.นักศึกษาที่ทำ Lab ให้เลือกทำ&lt;br /&gt;3 ข้อ ที่ไมได้ทำ Lab ให้เลือกทำ 5 ข้อ&lt;br /&gt;4.ขอให้อธิบายอย่างกะทัดรัดได้ใจความ&lt;br /&gt;1.1 จงอธิบายหลักการออกแบบเวบไซต์ 10 คะแนน&lt;br /&gt;1.2 จงอธิบายความหมายของมัลติมีเดีย มัลติมีเดียที่ใช้ในเวบไซต์มีอะไรบ้าง 10 คะแนน&lt;br /&gt;2. จงอธิบายความหมายของคำว่า Resolution ของภาพ และ File Size และความสัมพันธ์ของทั้ง 2 20 คะแนน&lt;br /&gt;3.1. จงอธิบายความหมายของภาพเคลื่อนไหว (Animation) การใช้งานและข้อควรพิจารณาในการทำภาพเคลื่อนไหวในเวบไซต์ 10 คะแนน&lt;br /&gt;3.2. จงอธิบยความหมายของ E-Mail Link และการใช้งานของ E-Mail Link 10 คะแนน&lt;br /&gt;4. หากท่านเป็น Webmaster ท่านมีวิธีการอย่างไรในการพิจารณาเลือกชนิดของภาพที่ใช้ในเว็บไซต์ของท่าน? อะไรบ้าง จงอธิบายและบอกคุณสมบัติของภาพแต่ละชนิด 20 คะแนน&lt;br /&gt;5.1. จงอธิบายความหายของ Image Map และการใช้งาน 10 คะแนน&lt;br /&gt;5.2. การใช้ Table ในเวบไซต์ มีการใช้งานอย่างไร 10 คะแนน&lt;br /&gt;6. Form คืออะไร และมีองค์ประกอบอะไรบ้าง 20 คะแนน&lt;br /&gt;7. จงอธิบายความหมายของ User Interactivity ในเวบไซต์ พร้อมยกตัวอย่าง 3 ชนิด 20 คะแนน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ถ้าไม่ตรงแนวยังไงก็ขออภัยแต่ก็จดตามที่จารย์บอกอะค่ะถ้าใครมีรายละเอียดเพิ่มเติม บอกด้วยนะค่ะjr205 (เขียนบนกระดาษคำตอบด้วยสำหรับคนที่ส่งรายงานว่า "ส่งรายงาน")ข้อสอบมี 11 ข้อข้อละ 20 คะแนน คนที่ส่งรายงาน เลือกทำ 3 ข้อ แล้ว + อีก 1 ข้อคือข้อ 11 เป็น 4 ข้อคนที่ไม่ส่งรายงานทำ 5 ข้อเขียนไม่ต่ำกว่า 10 บรรทัด&lt;br /&gt;1 - 2 .* แนวคิด , ทษ.จริยธรรม -เน้นผลกระทบว่าใครว่าอย่างไรบ้าง-เน้นการปฏิบัติหน้าที่ว่าใครว่าอย่างไรบ้าง*การตัดสินใจเชิงจริยธรรมโดยใช้ทษ.Potter box (กรณีศึกษาให้ตัดสินใจ)&lt;br /&gt;3. *เสรีภาพ สิทธิ ข้อจำกัด&lt;br /&gt;4. *กม.หมิ่นประมาท ข้อยกเว้นไม่หมิ่นประมาท มต.330 มีไรบ้าง.....&lt;br /&gt;5. *ละเมิด (กม.แพ่ง) ม.420 (ภายใน ภายนอก)มีละเมิดอะไรบ้าง......&lt;br /&gt;6. *กม.ว่าด้วยทรัพย์สินทางปัญญา แบ่งเป็นไรบ้าง&lt;br /&gt;7. *พรบ.การพิมพ์ 2484 (ดูส่วนที่เป็น นสพ.) พรบ.ใดที่ไปขัด&lt;br /&gt;8. *พรบ.ข้อมุลข่าวสาร สิทธิที่จะได้รู้ การเข้าถึงข้อมูลมีอุปสรรคไรบ้างสโลแกนว่าไร&lt;br /&gt;9. *พรบ.ที่เกี่ยวกับวิทยุ การจัดสรรคลื่นความถี่&lt;br /&gt;10. *กม. อิเล็กทรอนิกส์ว่าด้วยสื่อสารสนเทศ (อาจารย์บอกว่าไม่ออกสอบ)-*-&lt;br /&gt;11. *แนวคิด ทัศนคติที่มีต่อ เสรีภาพ สิทธิ ยกตัวอย่างสื่อในสถานะการปัจจุบันนี้เป็นอย่างไร แสดงความคิดเห็นยกตักอย่างกฎหมายที่ยกเลิก (ข้อนีไม่แน่นะ จารย์บอกยังไม่ได้คิด)ขอให้ทุกคนโชคดี add มาได้คุยเรื่องเรียนได้ที่ &lt;a href="mailto:omiya_chan@hotmail.com"&gt;omiya_chan@hotmail.com&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;1.จริยธรรม คืออะไร จงอธิบายหลักการประพฤติทางจริยธรรมโดยใช้ทฤษฎี หรือกรอบความคิดที่ท่านยึดหลักปฏิบัติ พร้อมยกตัวอย่างให้เห็นจริง&lt;br /&gt;2.การกำหนดกรอบจริยธรรมในวิชาชีพสื่อมวลชน ต้องคำนึงถึง “สิทธิ” ในเรื่องเบ้าง และจริธรรมแห่งวิชาชีพมีความเหมือนหรือแตกต่างจากกฎหมายอย่างไร อธิบายพร้อมยกตัวอย่างประกอบ&lt;br /&gt;3.จงอธิบายคำว่า “เสรีภาพ” ตามแนวคิดของนักปรัชญา ที่ท่านเห็นว่าเหมาะสมมาอย่างน้อย 1 คน และรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2540 มีบทบัญญัติที่เกี่ยวข้องกับสิทธิเสรีภาพของสื่อมวลชนในมาตราใดบ้าง ให้อธิบายพร้อมยกตัวอย่างประกอบ&lt;br /&gt;4.หลักการสำคัญของความผิดฐานหมิ่นประมาทคืออะไร ต่างจากความผิดฐานดูหมิ่นซึ่งหน้าอย่างไร อธิบายพร้อมยกตัวอย่างประกอบ&lt;br /&gt;5.สื่อมวลชนที่มีความผิดฐานหมิ่นประมาทมีโทษเพิ่มขึ้นตามกฎหมายมาตราใด สื่อจะมีวิธีการปกป้องตนเองอันเป็นข้อยกเว้นตามกฎหมายอย่างไร อธิบาย&lt;br /&gt;6.การละเมิดสิทธิส่วนบุคคลของสื่อมวลชนหมายถึงอะไร และมีข้อยกเว้นที่สื่อมวลชนจะละเมิดสิทธิส่วนบุคคลได้หรือไม่ อย่างไร จงอธิบาย&lt;br /&gt;7.ทรัพย์สินทางปัญญา คืออะไร มีกี่ประเภท เหตุผลสำคัญที่ต้องมีการคุ้มครองคืออะไร มีข้อยกเว้นใดบ้าง ที่ไม่ถือว่าเป็นการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา&lt;br /&gt;8.พรบ. การพิมพ์ พ.ศ. 2548 มีเนื้อหาที่ขัดกับรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2540 ในประเด็นใดบ้าง อธิบายพร้อมยกตัวอย่างประกอบ&lt;br /&gt;9.หลักการสำคัญของ พรบ.ข้อมูลข่าวสารของทางราชการ พ.ศ. 2540 คืออะไร หน่วยงานที่อยู่ในส่วนต้องเปิดเผยข้อมูลข่าวสารมีหน่วยงานใดบ้าง ปัจจุบันมีปัญหาอุปสรรคในการบังคับใช้กฎหมายฉบับบนี้อย่างไร อธิบาย&lt;br /&gt;10.มาตรา 40 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2540 มีเจตนารมณ์สำคัญในการปฎิรูปสื่อวิทยุและโทรทัศน์ โดยระบุว่าต้องมีกฎหมายประกอบ (กฎหมายลูก) ออกมาอย่างน้อย 2 ฉบับ ได้แก่กฎหมายใด และสาเหตุของความล่าช้าในการปฎิรูปสื่อฯ ตามมาตรานี้ มีอะไรบ้าง อธิบาย&lt;br /&gt;11.จงอภิปรายเกี่ยวกับเสรีภาพและความรับผิดชอบของสื่อมวลชนในปัจจุบัน โดยระบุตัวอย่างที่ชัดเจนเป็นกรณีศึกษาประกอบ (ข้อนี้เฉพาะผู้ส่งรายงานเท่านั้น 10 คะแนน)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;202&lt;br /&gt;ข่าวออนไลน์ที่ดี 7 ประการ&lt;br /&gt;1.ความสดใหม่ ทัน่อเหตุการณ์&lt;br /&gt;2.อ่านง่าย สบายตา มีภาพประกอบ จัดหน้าได้น่าอ่าน loadข้อมูลเร็ว&lt;br /&gt;3.มีเนื้อหาข่าวรอบด้าน มี BackGround ข่าวครบถ้วน มี link เชื่อมโยงส่วนที่เกี่ยวข้อง&lt;br /&gt;4.Interactive ให้คนดูได้มีส่วนร่วม&lt;br /&gt;5.ตรงกลุ่มเป้าหมาย&lt;br /&gt;6.มีบริการหลากหลาย mail, chat, shop, printable&lt;br /&gt;7.อิสระ เป็นกลาง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ข้อสอบวิชา JR401 เทอม1/49 ข้อละ 20 คะแนน&lt;br /&gt;1. สื่อประสม คืออะไร และสื่อประสมสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับงานด้านใดได้บ้าง&lt;br /&gt;2. โปรแกรม Desktop Author เป็นโปรแกรมสำหรับสร้างงานด้านสื่อประสมโปรแกรมหนึ่ง จงตอบคำถามต่อไปนี้&lt;br /&gt;2.1 Desktop Author ใช้ทำงานประเภทใดได้บ้าง&lt;br /&gt;2.2 ความเป็นสื่อประสมของโปรแกรมนี้ สามารถสนับสนุนสื่อประสมอะไรได้บ้าง&lt;br /&gt;3. แฟลช คืออะไร อธิบายการทำงานของโปรแกรมแฟลชว่านำมาใช้ในงานสื่อประสมอย่างไร ยกตัวอย่างประกอบให้เห็นชัดเจน&lt;br /&gt;4. สื่อประสมกับงานด้านวารสารศาสตร์ ในโลกยุคเทคโนโลยีสารสนเทศ มีความสำคัญและเกี่ยวข้องกันอย่างไร&lt;br /&gt;5. Hyper Text Markup Language คืออะไร สามารถใช้ประโยชน์ Hyper Text Markup Language ได้อย่างไรบ้าง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ข้อสอบวิชาJR302 เทอม1/49 ข้อละ 20 คะแนน&lt;br /&gt;1. ระบบการจัดการภาพ คืออะไร มีความสำคัญอย่างไร กับการทำงานด้วยระบบดิจิตอลอธิบาย (ตอบเป็นข้อๆ)&lt;br /&gt;2. Photoshop และ Illutrator สามารสรางสรรค์งานด้านภาพเพื่องานสื่อประสมได้อย่างไรบ้าง อธิบายพร้อมยกตัวอย่างประกอบ&lt;br /&gt;3. เมื่อศึกษาการใช้งาน Photoshop แล้ว ท่านสามารถใช้โปรแกรมนี้ทำงานใดได้บ้าง บอกทุกอย่างที่ท่านสามารถใช้ประโยชน์จากโปรแกรมนี้&lt;br /&gt;4. Bitmap image และ Vector image คืออะไร นำมาใช้กับงานที่ใช้กับภาพหรือสื่อที่ใช้ภาพ แตกต่างกันอย่างไร&lt;br /&gt;5. การสร้างสรรค์ภาพถ่าย เพื่อนำไปใช้ร่วมกับงานด้านวารสารศาสตร์ เป็นสิ่งจำเป็นอย่างมาก ท่านคิดว่าบทบาทของภาพถ่านที่มีต่องานวารสารศาสตร์ มีความสำคัญอย่างไร&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/6892417444955633654-8147629132847808988?l=2cozyonline.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://2cozyonline.blogspot.com/feeds/8147629132847808988/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=6892417444955633654&amp;postID=8147629132847808988' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6892417444955633654/posts/default/8147629132847808988'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6892417444955633654/posts/default/8147629132847808988'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://2cozyonline.blogspot.com/2007/03/blog-post.html' title='ข้อสอบเก่า'/><author><name>Cozy Blog Team</name><uri>http://www.blogger.com/profile/00937403199560185443</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='26' height='32' src='http://farm1.static.flickr.com/134/379368091_92cfabdaf8.jpg?v=0'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-6892417444955633654.post-1845202065244365346</id><published>2007-02-08T02:18:00.000-08:00</published><updated>2007-02-08T04:02:40.067-08:00</updated><title type='text'>เทคนิคการถ่ายภาพบุคคล</title><content type='html'>เทคนิคการถ่ายภาพบุคคล&lt;br /&gt;ประวิทย์ สิมมาทัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สำหรับนักถ่ายภาพ ทั้งมือใหม่และมือสมัครเล่น คงไม่มีใครไม่เคยถ่ายภาพบุคคล ทั้งบุคคลที่เป็นที่รักที่ เคารพ ตลอดจนบุคคลที่ประทับใจ เอกสารเล่มนี้จะช่วยแนะนำท่านตั้งแต่การเตรียมตัว เตรียมเครื่องมือตลอดจน เทคนิคการถ่ายภาพ บุคคลทั้งจากแสงธรรมชาติ และแสงไฟประดิษฐ์ เพื่อให้ได้ภาพที่มีความสวยงาม น่าสนใจ ตลอดจนมีคุณค่า หากศึกษา และฝึกปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอแล้ว จะช่วยลดความสูญเสียทั้งเวลา และเงินทอง และบางทีการถ่ายภาพที่ถูกวิธีจะทำให้ ไม่พลาด โอกาสที่ประทับใจ ที่ไม่เกิดขึ้นบ่อยครั้งนัก มาเริ่มต้นกันเลยนะครับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;การเตรียมตัว ทั้งผู้ถ่ายภาพและผู้เป็นแบบ ผู้ถ่ายภาพเองต้องมีความละเอียดรอบคอบ ทำความเข้าใจเกี่ยวกับอุปกรณ์ถ่ายภาพ หลักการถ่ายภาพ ศึกษารูปแบบการถ่ายภาพใหม่ ๆ อยู่เสมอ หมั่นดูแลและเอาใจใส่อุปกรณ์ในการถ่ายภาพให้พร้อมที่จะใช้งานได้เสมอ อีกทั้งมีมุมมองที่มีศิลปะสามารถถ่ายทอดความงามที่พบเห็นลงบนแผ่นฟิล์มเพื่อเก็บเป็นผลงานไว้ชื่นชมและอวดสายตาคนอื่น ๆ ได้อย่างไม่อายใคร&lt;br /&gt;ทำความรู้จักกับผู้เป็นแบบ ผู้ถ่ายภาพควรต้องทำความรู้จัก พูดคุยกับผู้ที่เป็นแบบ ทำให้ทราบถึงภูมิหลัง นิสัยใจคอ บุคลิกเฉพาะตัวของผู้ที่เป็นแบบ ควรพูดคุยในเรื่องที่ผู้เป็นแบบชอบ เช่น เพลงที่เขาชอบ ดาราคนโปรด จะทำให้เกิดความรู้สึกเป็นกันเอง ลดความเขินอายของผู้ที่เป็นแบบได้เป็นอย่างดี และสามารถบอกให้แสดงท่าทางต่าง ๆ อย่างเป็นธรรมชาติที่สุด&lt;br /&gt;การสร้างบรรยากาศที่เหมาะสม สิ่งนี้เป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างมาก อาจจะเป็นสถานที่ที่คุ้นเคย บรรยากาศที่เป็นมิตร ให้ผู้เป็นแบบ และผู้ถ่ายภาพรู้สึกปลอดภัย ขจัดสิ่งที่จะมารบกวนสมาธิ เช่น เสียงดัง ผู้คนที่มาห้อมล้อม วิพากษ์วิจารณ์ เพราะเป็นการทำลายสมาธิของทั้งสองฝ่ายเป็นอย่างมาก&lt;br /&gt;หลีกเลี่ยงคำสั่ง เช่น การสั่งให้หน้าตรง ยิ้มเพราะเป็นการฝืนธรรมชาติ อีกทั้งยังสร้างความกดดันให้กับผู้ที่เป็นแบบ และที่สำคัญคือ อย่าตำหนิผู้ที่เป็นแบบเป็นอันขาดถ้าไม่จำเป็น เพราะจะทำให้เกิดความหวาดกลัว ขาดความมั่นใจ ทำให้ภาพที่ได้ออกมากระด้าง ต้องรู้จักหยุดพัก รอช่วงเวลา สภาพแสงที่เหมาะสม แม้กระทั่งนักถ่ายภาพอาชีพ ยังต้องใช้เวลาในการบันทึกภาพแรมเดือน ถ่ายภาพหลายร้อยภาพ เพื่อคัดเลือกให้เหลือภาพเพียง 5-6 ภาพเท่านั้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;การเตรียมอุปกรณ์ อุปกรณ์ในการถ่ายภาพเป็นสิ่งที่มีความจำเป็น คำว่าอุปกรณ์ที่ดีไม่ได้ หมายถึงเพียงแค่อุปกรณ์ที่มี ราคาแพงเท่านั้น แต่หมายถึงอุปกรณ์ที่พร้อมที่จะใช้งานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ไม่ชำรุด เสียหาย หรือมีข้อบกพร่อง ใน การทำงาน ซึ่งผู้ถ่ายภาพต้องศึกษา และทำความเข้าใจเป็นอย่างดี เพราะอุปกรณ์ถ่ายภาพ นั้นมีราคาแพงและบอบบาง เป็นอย่างมาก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ในที่นี้จะขอแนะนำให้ใช้กล้อง 35 มม. สะท้อนเลนส์เดี่ยว ที่สามารถถอดเปลี่ยนเลนส์ได้ และสามารถปรับรูรับแสง เพื่อ กำหนดระยะชัดลึกชัดตื้นได้&lt;br /&gt;เลนส์ที่ดีที่ควรใช้ คือ เลนส์มาตรฐานที่ติดมากับตัวกล้อง แต่ต้องระมัดระวังอย่างมากเพราะถ้าถ่ายภาพ ในระยะใกล้อาจทำ ให้สัดส่วนของภาพผิดเพี้ยนไปได้ หากมีความจำเป็นต้องถ่ายภาพระยะใกล้มาก หรือต้องการสัดส่วนที่ถูกต้อง ควรใช้เลนส์ถ่ายภาพ ระยะไกล (Tele photo) ขนาด 105 มม. หรือ 135 มม. จะเหมาะมาก แต่เลนส์ชนิดนี้ก็มีข้อจำกัดคือ ให้ระยะชัดลึกต่ำ คือภาพฉากหลังอาจจะไม่ชัดเท่าใดนัก และต้องปรับโฟกัสให้แม่นยำ เพราะถ้าปรับโฟกัสหรือระยะชัดพลาด ไปนิดเดียวอาจทำให้ ภาพขาดความคมชัดไปอย่างน่าเสียดาย หรืออาจใช้เลนส์ซูมหรือเลนส์ต่างระยะเพื่อความสะดวกและประหยัด แต่ภาพที่ได้อาจ มีความคมชัดน้อยกว่าเลนส์เทเลโฟโต เล็กน้อย&lt;br /&gt;&lt;a href="http://bp0.blogger.com/_nXfmYiwyHMg/Rcr_o1SJz8I/AAAAAAAAAOM/mf4mBGxSU58/s1600-h/Image48.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5029113010875649986" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; CURSOR: hand; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://bp0.blogger.com/_nXfmYiwyHMg/Rcr_o1SJz8I/AAAAAAAAAOM/mf4mBGxSU58/s400/Image48.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ภาพที่ 1 กล้องถ่ายภาพ 35 มม. สะท้อนเลนส์เดี่ยว พร้อมเลนส์ต่างระยะ (Zoom lens) ขนาด 35-70 มม.&lt;br /&gt;ฟิล์มที่ใช้ในการถ่ายภาพ ควรใช้ฟิล์มที่ตรงตามจุดประสงค์ในการบันทึกภาพ ควรเลือกความไวแสงที่ต่ำปานกลาง เช่น ISO 100 เพราะจะทำให้ภาพมีความละเอียดมากกว่า ยกเว้นกรณีที่ต้องใช้ภาพในการขยายภาพขนาดใหญ่ ควรใช้ความไวแสง ที่ต่ำมากพิเศษ เช่น ISO 64 ISO 50 (ทั้งสองชนิดนี้มีเฉพาะสไลด์สีเท่านั้น) เพราะความไวแสงยิ่งต่ำ เท่าใดความละเอียด ของ ภาพยิ่งสูงขึ้นเท่านั้น ข้อควรระวังในการใช้ฟิล์มที่มีค่าความไวแสงต่ำก็คือ จะต้องใช้ความเร็ว ชัตเตอร์ที่ต่ำลงอาจทำ ให้ภาพสั่นไหว ได้ ก่อนใช้ฟิล์มควรต้องเลือกซื้อฟิล์มที่ใหม่ ไม่ควรใช้ฟิล์มที่ใกล้หมดอายุหรือหมดอายุไปแล้วเพราะ จะทำให้ภาพสีไม่สดใส เท่าที่ ควร ควรเลือกฟิล์มที่มีอายุการใช้งานอีกมากกว่า 6 เดือนขึ้นไป&lt;br /&gt;&lt;a href="http://bp3.blogger.com/_nXfmYiwyHMg/RcsARVSJz9I/AAAAAAAAAOU/rwhU4JMwKfc/s1600-h/Image57.gif"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5029113706660351954" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; CURSOR: hand; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://bp3.blogger.com/_nXfmYiwyHMg/RcsARVSJz9I/AAAAAAAAAOU/rwhU4JMwKfc/s400/Image57.gif" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ภาพที่ 2 ฟิล์มขนาด 35 มม. สำหรับการถ่ายภาพบุคคล&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ฟิล์มขาว ดำ เป็นฟิล์มที่นิยมใช้มากในอดีตและปัจจุบัน ข้อดีของฟิล์มชนิดนี้ คือ ให้ภาพที่เป็นสีโทนเดียว ที่มีความงามแบบคลาสสิก หรือร่วมสมัย เก็บไว้ได้นานนับร้อยปี แต่ข้อจำกัดคือ ไม่สามารถถ่ายทอดสีสันต่าง ๆ ได้ อีกทั้งยังต้องใช้ความชำนาญ และทักษะในการถ่ายภาพประเภทนี้เป็นอย่างมาก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ฟิล์มสี เป็นฟิล์มที่นิยมใช้มากที่สุด เพราะใช้ง่ายสีสันสดใสเป็นธรรมชาติ สามารถล้างอัด ขยายภาพด้วย เครื่องที่ทันสมัย จึงเป็นที่นิยมมากที่สุด แต่ต้องระวังคือ ต้องเก็บรักษาภาพให้ดี ไม่เก็บในที่ร้อน หรือแสงแดดส่องถึง เพราะจะทำให้ภาพซีดจางและหายไปในที่สุด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ฟิล์มสไลด์สี เป็นที่นิยมมากรองจากภาพสีเพราะสามารถนำเสนอด้วยจอขนาดใหญ่ได้ และเป็นต้น ฉบับในการพิมพ์ได้ดี ช่างภาพอาชีพส่วนใหญ่ใช้ฟิล์มชนิดนี้ แต่ข้อจำกัดคือ การอัดขยายภาพลงบนกระดาษค่อนข้างยุ่งยาก และราคาแพง แต่ภาพที่ได้มีความคมชัดมากกว่าฟิล์มสี และข้อดีอีกอย่างหนึ่งของสไลด์สีคือ เก็บได้นานกว่าภาพสีมาก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;การบันทึกภาพด้วยระบบดิจิตอล กำลังเป็นที่นิยมในปัจจุบันเพราะสะดวก สามารถพิมพ์ภาพ ผ่านเครื่อง คอมพิวเตอร์ได้ แต่ต้นทุนต่อภาพค่อนข้างสูง อีกทั้งความละเอียดของภาพยังไม่เท่ากับฟิล์มสี ยกเว้นใช้กล้องที่มีความละเอียดสูง และเครื่องพิมพ์ทีคุณภาพสูงเช่นเดียวกัน แต่ปัจจุบันมีราคาสูงมาก จึงใช้เฉพาะนักถ่ายภาพอาชีพเท่านั้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อุปกรณ์อื่น ๆ บางครั้งอาจมีความจำเป็นต้องใช้ เช่น ไฟแวบ หรือไฟแฟลช สำหรับกรณีที่ต้องถ่ายภาพย้อนแสง หรือลบเงาที่ไม่พึงประสงค์บนใบหน้า หรือใช้แก้สีในกรณีที่ถ่ายภาพในสภาพแสงที่มีอุณหภูมิแสงต่ำ เช่น ตอนเช้า หรือเย็น เพราะจะทำให้ภาพที่ได้มีสีแดงอมเหลือง หรือการถ่ายภาพในอาคารที่สภาพแสงไม่พอ&lt;br /&gt;ขาตั้งกล้อง ใช้ในกรณีที่ต้องใช้ความเร็วชัตเตอร์ที่ต่ำ หรือใช้ตั้งเวลาสำหรับการถ่ายภาพตนเองซึ่งจะทำ ให้กล้องมีความนิ่งขณะบันทึกภาพ รวมทั้งฟิลเตอร์ต่าง ๆ เพื่อให้เกิดลักษณะพิเศษอื่น ๆ ของการบันทึกภาพ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;***** หารูปใส่*****&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;การจัดภาพในการถ่ายภาพบุคคล&lt;br /&gt;การถ่ายเฉพาะใบหน้า การถ่ายภาพใบหน้าคนแบ่งออกได้เป็น 3 แบบ คือ หน้าตรง (Full face) ด้านข้าง (Profile) และใบหน้าทำมุม 3/4 ของกล้อง (Three-quarter face)&lt;br /&gt;&lt;a href="http://bp3.blogger.com/_nXfmYiwyHMg/RcsHHVSJz-I/AAAAAAAAAOk/eZzQOe8L8kU/s1600-h/Image58.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5029121231443054562" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; CURSOR: hand; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://bp3.blogger.com/_nXfmYiwyHMg/RcsHHVSJz-I/AAAAAAAAAOk/eZzQOe8L8kU/s400/Image58.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;การถ่ายภาพเฉพาะใบหน้าแบบหน้าตรง (Full face)โดยให้ผู้เป็นแบบมองตรงเข้าหากล้องถ่ายภาพ อาจตัดส่วนที่ไม่จำเป็น หรือส่วนที่มาแย่งความจนใจของภาพออกเช่น ทรงผม ท่าทาง สิ่งที่ต้องการเน้น คือ ดวงตา และใบหน้า ของผู้เป็นแบบ&lt;br /&gt;&lt;a href="http://bp1.blogger.com/_nXfmYiwyHMg/RcsHZ1SJz_I/AAAAAAAAAOs/Q-w0VqcAb14/s1600-h/Image59.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5029121549270634482" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; CURSOR: hand; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://bp1.blogger.com/_nXfmYiwyHMg/RcsHZ1SJz_I/AAAAAAAAAOs/Q-w0VqcAb14/s400/Image59.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;การถ่ายภาพด้านข้าง (Profile) เป็นการเน้นอารมณ์ ของแบบมากกว่าลักษณะของใบหน้า แต่ควรคำนึงถึงรูปหน้าของผู้เป็นแบบด้วย เหมาะสำหรับผู้มีจมูกโด่ง ใบหน้าคมเข้มมากกว่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://bp1.blogger.com/_nXfmYiwyHMg/RcsH31SJ0AI/AAAAAAAAAO8/YWsNl6Xl14Y/s1600-h/Image60.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5029122064666710018" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; CURSOR: hand; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://bp1.blogger.com/_nXfmYiwyHMg/RcsH31SJ0AI/AAAAAAAAAO8/YWsNl6Xl14Y/s400/Image60.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ใบหน้าทำมุม 3/4 ของกล้อง (Three-quarter face) สำหรับแสดงท่าทางที่เป็นบุคลิกเฉพาะ ตัวที่เป็นธรรมชาติ ภาพแบบนี้จะรู้สึกสบายกว่า 2 แบบแรกที่ค่อนข้างเป็นทางการ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;การถ่ายภาพครึ่งตัว การถ่ายภาพลักษณะนี้ นิยมถ่ายภาพในแนวตั้งมากว่าแนวนอน นอกจากผู้เป็น แบบจะสามารถแสดงลักษณะของใบหน้าแล้วยังแสดงออกถึงกริยาต่าง ๆ รวมถึงเสื้อผ้ามาเป็นส่วนประกอบให้ภาพดูน่า สนใจยิ่งขึ้น อาจจัดท่าทางได้ 3 ลักษณะเหมือนแบบเฉพาะใบหน้า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;การถ่ายภาพลักษณะนี้ควรจัดภาพให้กระชับ ให้ระดับสายตาของผู้เป็นแบบค่อนด้านบน ประมาณ 3/4 ของภาพ ไม่ควรจัดภาพให้ต่ำ หรือสูงจนเกินไป หรือคับจนรู้สึกอึกอัด ควรจัดพื้นที่ว่างให้พอเหมาะ และท่าทางให้เหมาะสม เช่น หญิงสาววัยรุ่นควรจัดท่าทางให้น่ารัก มือ แขน วางในตำแหน่งที่พอเหมาะไม่ฝืนธรรมชาติ ส่วนชายหนุ่มอาจจะใช้มือกอดอก หรือท่าทางอื่นให้ดูทะมัดทะแมง ผู้สูงอายุอาจให้แสดงท่าทางตามวัย ดูน่าเคารพ โดยถ่ายในมุมต่ำเล็กน้อย&lt;br /&gt;&lt;a href="http://bp0.blogger.com/_nXfmYiwyHMg/RcsIDlSJ0BI/AAAAAAAAAPE/ZxmBwRhexU4/s1600-h/Image61.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5029122266530172946" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; CURSOR: hand; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://bp0.blogger.com/_nXfmYiwyHMg/RcsIDlSJ0BI/AAAAAAAAAPE/ZxmBwRhexU4/s400/Image61.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;การถ่ายภาพบุคคลครึ่งตัว โดยจัดแสงถ่ายในสตูดิโอ การวางมือและท่าทาง ควรเป็นธรรมชาติ ให้ท่าที่พอเหมาะ ไม่เกร็งจนเกินไป การจัดภาพต้องกระชับ ไม่สูงหรือต่ำจนเกินไป&lt;br /&gt;&lt;a href="http://bp0.blogger.com/_nXfmYiwyHMg/RcsIVlSJ0CI/AAAAAAAAAPM/uklT9HoLTFc/s1600-h/Image62.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5029122575767818274" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; CURSOR: hand; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://bp0.blogger.com/_nXfmYiwyHMg/RcsIVlSJ0CI/AAAAAAAAAPM/uklT9HoLTFc/s400/Image62.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;การถ่ายภาพผู้สูงอายุ ควรหาจุดเด่นและมุมมองที่ดูดี ควรถ่ายภาพในมุมต่ำกว่าสายตาผู้เป็นแบบเล็กน้อย เพื่อให้ภาพดูน่าเกรงขาม มีความสง่าในตัว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://bp2.blogger.com/_nXfmYiwyHMg/RcsIjFSJ0DI/AAAAAAAAAPU/iovBxxka9Vc/s1600-h/Image63.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5029122807696052274" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; CURSOR: hand; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://bp2.blogger.com/_nXfmYiwyHMg/RcsIjFSJ0DI/AAAAAAAAAPU/iovBxxka9Vc/s400/Image63.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;การถ่ายภาพครึ่งตัวโดยใช้แสงธรรมชาติ ควรเลือกถ่ายให้สภาพแสงที่พอเหมาะ ไม่ให้เกิดเงาที่ไม่พึงประสงค์ และฉากหลังต้องกลมกลืนไม่ควรมีสิ่ง ที่เข้ามาเกะกะในภาพ เช่น กิ่งไม้ ผู้คน อาจทำให้ภาพดูรกไม่สวยงาม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;การถ่ายภาพเต็มตัว การถ่ายภาพแบบเต็มตัวอาจจัดภาพได้ทั้ง แบบเดี่ยวแบบคู่ และถ่ายเป็นหมู่คณะ มักนิยมถ่ายภาพเป็นที่ระลึก ในโอกาสต่าง ๆ การถ่ายภาพในลักษณะนี้อาจไม่เน้นที่ตัวบุคคลมากนัก อาจมีสถานที่ หรือเหตุการณ์อื่น ๆ เข้ามาประกอบ ผู้ถ่ายภาพ ควรจัดองค์ประกอบให้ดีว่าผู้ที่เป็นแบบ หรือผู้ที่ถ่ายภาพต้องการอะไรมากกว่า อาจต้องการแสดงรูปร่างของตัวบุคคล หรือต้องการบันทึกเหตุการณ์ต่าง ๆ&lt;br /&gt;&lt;a href="http://bp1.blogger.com/_nXfmYiwyHMg/RcsIw1SJ0EI/AAAAAAAAAPc/60FSk2YJIAc/s1600-h/Image64.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5029123043919253570" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; CURSOR: hand; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://bp1.blogger.com/_nXfmYiwyHMg/RcsIw1SJ0EI/AAAAAAAAAPc/60FSk2YJIAc/s400/Image64.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;การจัดท่านั่งสำหรับถ่ายภาพเต็มตัว&lt;br /&gt;&lt;a href="http://bp2.blogger.com/_nXfmYiwyHMg/RcsI_FSJ0FI/AAAAAAAAAPk/ok1KXlooyIE/s1600-h/Image65.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5029123288732389458" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; CURSOR: hand; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://bp2.blogger.com/_nXfmYiwyHMg/RcsI_FSJ0FI/AAAAAAAAAPk/ok1KXlooyIE/s400/Image65.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;การจัดท่ายืนพร้อมฉากที่สร้างขึ้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;การถ่ายภาพบุคคลในสตูดิโอ&lt;br /&gt;โดยทั่วไปการถ่ายภาพบุคคลที่ได้คุณภาพดีดี มักจะมีการจัดไฟถ่ายในสตูดิโอถ่ายภาพ ด้วยเหตุผล ในการควบคุมทิศ ทางของแสงได้ง่ายกว่าการถ่ายภาพด้วยแสงธรรมชาติ ลักษณะของสตูดิโอต้องกว้างขวางพอสำหรับการวางไฟในจุดต่าง ๆ และพื้นที่สำหรับผู้ที่เป็นแบบ รวมถึงฉากหลังของภาพ&lt;br /&gt;แบบของการจัดแสง&lt;br /&gt;แบบของการจัดแสงโดยทั่วไป มีการจัดแสงอยู่ 3 ประเภทด้วยกัน คือ การจัดแสงแบบไฮคีย์ (High Key) โลว์คีย์ (Low Key) และ กราดูเอทโทน (Graduated tonality)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;1. การจัดแสงแบบไฮคีย์ (High Key) การจัดแสงแบบนี้จะให้ส่วนที่เป็นสีขาวมาก ภาพจะดูสว่าง นุ่มนวลมีเงาน้อย หรือให้เงาจางที่สุด ซึ่งการถ่ายภาพแบบนี้อาจใช้วิธีการวัดแสงให้ค่าเท่ากันทุกจุด หรือวัดแสงแบบเฉลี่ย ภาพจะดูอบอุ่น ร่าเริง สนุกสนาน การถ่ายภาพจะใช้ไฟ 3-5 ดวง เพื่อให้แสงกระจายมากที่สุด โดยอาจใช้ร่มสะท้อน หรือใช้กล่องถ่ายภาพนุ่ม (Reflex) การวัดแสงอาจให้ฟิล์มรับแสงมากกว่าปกติเล็กน้อย 1-2 สต็อบ&lt;br /&gt;&lt;a href="http://bp0.blogger.com/_nXfmYiwyHMg/RcsJKlSJ0GI/AAAAAAAAAPs/FHpGPtWRkUY/s1600-h/Image66.gif"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5029123486300885090" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; CURSOR: hand; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://bp0.blogger.com/_nXfmYiwyHMg/RcsJKlSJ0GI/AAAAAAAAAPs/FHpGPtWRkUY/s400/Image66.gif" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;การจัดแสงแบบไฮคีย์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;การจัดแสงแบบโลว์คีย์ (Lowkey)&lt;br /&gt;2.การจัดแสงแบบโลว์คีย์ (Low Key) การจัดแสงแบบนี้ใช้ไฟ 1-2 ดวงเท่านั้น จะมีส่วนที่เป็นเงา หรือส่วนผสมของสีดำมาก การวัดแสงใช้วิธีการวัดแสงเฉพาะจุดที่กระทบกับแสงเท่านั้น ส่วนที่เป็นเงาจะปล่อยให้ Under หรือเป็นเงามืดไป ภาพลักษณะนี้ จะให้ความรู้สึกที่ลึกลับ น่ากลัว เงียบเหงา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://bp0.blogger.com/_nXfmYiwyHMg/RcsJ7lSJ0JI/AAAAAAAAAQE/ihBg9mndW6A/s1600-h/Image67.jpg"&gt;&lt;img style="display:block; margin:0px auto 10px; text-align:center;cursor:pointer; cursor:hand;" src="http://bp0.blogger.com/_nXfmYiwyHMg/RcsJ7lSJ0JI/AAAAAAAAAQE/ihBg9mndW6A/s400/Image67.jpg" border="0" alt=""id="BLOGGER_PHOTO_ID_5029124328114475154" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;การจัดแสงแบบโลว์คีย์ (Lowkey)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;3. การจัดแสงแบบกราดูเอทโทน (Graduated tonality) เป็นการจัดแสงที่ผสมผสานระหว่างแบบไฮคีย์ และโลว์คีย์ เป็นแบบที่นิยมมากทีสุด การจัดแสงสามารถจัดได้โดยการใช้ไฟ 3-5 ดวง โดยวัดแสงแบบเฉลี่ย ให้ค่าใกล้ เคียงกันทุกจุด แต่เปิดรูรับแสงน้อยกว่าน้อยกว่าแบบไฮคีย์ โดยวัดแสงให้แสงกระทบกับฟิล์มพอดี หรือน้อยกว่าปกติประมาณ 1/2 - 1 สต็อบ&lt;br /&gt;&lt;a href="http://bp0.blogger.com/_nXfmYiwyHMg/RcsKOlSJ0LI/AAAAAAAAAQU/fXJ5w5QOrpM/s1600-h/Image70.jpg"&gt;&lt;img style="float:right; margin:0 0 10px 10px;cursor:pointer; cursor:hand;" src="http://bp0.blogger.com/_nXfmYiwyHMg/RcsKOlSJ0LI/AAAAAAAAAQU/fXJ5w5QOrpM/s400/Image70.jpg" border="0" alt=""id="BLOGGER_PHOTO_ID_5029124654531989682" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://bp0.blogger.com/_nXfmYiwyHMg/RcsKJlSJ0KI/AAAAAAAAAQM/MrEF7tFtPfU/s1600-h/Image69.jpg"&gt;&lt;img style="float:left; margin:0 10px 10px 0;cursor:pointer; cursor:hand;" src="http://bp0.blogger.com/_nXfmYiwyHMg/RcsKJlSJ0KI/AAAAAAAAAQM/MrEF7tFtPfU/s400/Image69.jpg" border="0" alt=""id="BLOGGER_PHOTO_ID_5029124568632643746" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;การจัดแสงแบบกราดูเอทโทน (Graduated tonality)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ในบ่ายวันพุธ กลางเดือนธันวาคม มีลูกศิษย์ที่เรียน วิชา ถ่ายภาพแฟชั่น ได้ตั้งคำถามว่า การถ่ายภาพบุคคล ถ้าจำเป็นต้องถ่ายย้อนแสงจะมีวิธีแก้ปัญหาในการวัดแสงอย่างไร ก็เลยต้องลงมาปฏิบัติภาคสนาม ตอนนั้นเป็นช่วงเวลาบ่าย 3 กว่า ๆ ถ้าถ่ายภาพตามทิศทางของแสงคนเป็นแบบคงแสบตาแน่นอนเนื่อง จากแสงแดดจะส่องเข้าตรง ๆ กับใบหน้าพอดีเลยมีวิธีแก้ปัญหา โดยให้แสงเฉียง 45 องศา ทางด้านหลัง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;1.การวัดแสง มีอยู่ 2 วิธีคือ วัดแสงที่ใบหน้าของบุคคล โดยใช้เลนส์วัดแสงใกล้ ๆ ใบหน้า แล้วถอยออกมาถ่าย วิธีนี้จะได้ค่าของแสงที่ตกกระทบกับใบหน้า วิธีที่สอง คือวัดแสงที่ฝ่ามือ โดยให้สภาพแสงของมือใกล้เคียงกับ ใบหน้าแต่วิธีนี้อาจมีความคลาด เคลื่อนเล็กน้อย............ แต่ทั้งสองวิธีที่กล่าวมาอาจทำให้ฉากหลัง หรือบริเวณ เส้นผมที่สะท้อนแสงสวยงาม Over หรือสูญเสียความงามไปอย่าง น่าเสียดาย&lt;br /&gt;&lt;a href="http://bp1.blogger.com/_nXfmYiwyHMg/RcsMM1SJ0MI/AAAAAAAAARM/RIlZqiTQt5I/s1600-h/back-light1.jpg"&gt;&lt;img style="display:block; margin:0px auto 10px; text-align:center;cursor:pointer; cursor:hand;" src="http://bp1.blogger.com/_nXfmYiwyHMg/RcsMM1SJ0MI/AAAAAAAAARM/RIlZqiTQt5I/s400/back-light1.jpg" border="0" alt=""id="BLOGGER_PHOTO_ID_5029126823490474178" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;ภาพบุคคลถ่ายย้อยแสงโดยใช้แผ่นสะท้อนที่ใบหน้า&lt;br /&gt;กล้อง Nikon FM2n เลนส์ 135 มม. รูรับแสง 3.5 ความเร็วชัตเตอร์ 1/250&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;2.ใช้ไฟแฟลชช่วย โดยใช้แสงไฟแฟลชดวงเล็ก ๆ ช่วยลบเงาบนใบหน้า วิธีนี้เป็นที่นิยมกันทั่วไป โดยอ่านค่าการเปิดรูรับแสงตามค่า GN ของแฟลช ซึ่งปกติจะพิมพ์อยู่หลังแฟลชนั่นเอง จะช่วยให้หน้าดูสว่างขึ้นและยังช่วยเก็บรายละเอียดต่าง ๆ บนใบหน้าได้ดี&lt;br /&gt;.............แต่สิ่งที่ต้องระวังก็คือ อาจทำให้ใบหน้าของคนเป็นแบบจะสว่างเท่ากัน จะลบเงาบนใบหน้า จนทำให้ภาพขาดความลึกไป (บางคนก็ชอบแบบนั้น) วันนั้นเลยต้องหาวิธีอื่นมาใช้ให้หลากหลาย&lt;br /&gt;&lt;a href="http://bp3.blogger.com/_nXfmYiwyHMg/RcsMmVSJ0NI/AAAAAAAAARU/DurFiMVFAsE/s1600-h/back-light3.jpg"&gt;&lt;img style="display:block; margin:0px auto 10px; text-align:center;cursor:pointer; cursor:hand;" src="http://bp3.blogger.com/_nXfmYiwyHMg/RcsMmVSJ0NI/AAAAAAAAARU/DurFiMVFAsE/s400/back-light3.jpg" border="0" alt=""id="BLOGGER_PHOTO_ID_5029127261577138386" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;ภาพบุคคลถ่ายย้อยแสงโดยใช้ไฟแฟลชเปิดเงา&lt;br /&gt;กล้อง Nikon FM2n เลนส์ 135 มม. รูรับแสง 5.6 ความเร็วชัตเตอร์ 1/250&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;......3.ใช้แผ่นสะท้อนแสง วิธีที่ 3 นี่เองดูจะลงตัวที่สุด วัสดุที่ใช้ก็หาง่าย ลองดูหลาย ๆ ชนิด เริ่มต้นที่แผ่นโฟม ทำให้หน้าดูสว่างขึ้น โดยให้ผู้ช่วย ช่วยจับแผ่นโฟม ปรับมุมไปมา แต่ข้อเสียของโฟม คือ ถ้าส่องระยะใกล้ แสงจะจ้าไปหน่อย และดัดงอตามสภาพข องแสงได้ไม่ดีนัก&lt;br /&gt;........สุดท้ายที่ลงตัวที่สุดคือแผ่นบังแดดในรถยนต์ ที่เป็นสีเงิน แบบม้วนวงกลม 2 แผ่น สามารถปรับ ทิศทางของแสงได้ดีกว่าโฟม และแสงที่สะท้อน ก็ดนุ่มนวล ไม่แข็งเกินไป และช่วยเสริมให ้ ผู้เป็นแบบมีแววตาสดใสขึ้น (ดังภาพตัวอย่าง) และช่วยให้ประกายของเส้นผมตัดกับฉากหลังอย่าง น่าสนใจ&lt;br /&gt;&lt;a href="http://bp2.blogger.com/_nXfmYiwyHMg/RcsMwFSJ0OI/AAAAAAAAARc/aGVvWagaXCA/s1600-h/back-light2.jpg"&gt;&lt;img style="display:block; margin:0px auto 10px; text-align:center;cursor:pointer; cursor:hand;" src="http://bp2.blogger.com/_nXfmYiwyHMg/RcsMwFSJ0OI/AAAAAAAAARc/aGVvWagaXCA/s400/back-light2.jpg" border="0" alt=""id="BLOGGER_PHOTO_ID_5029127429080862946" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;ภาพบุคคลถ่ายย้อยแสงโดยใช้แผ่นสะท้อนแสงสีเงิน&lt;br /&gt;กล้อง Nikon FM2n เลนส์ 135 มม. รูรับแสง 5.6 ความเร็วชัตเตอร์ 1/250&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คำแนะนำในการถ่ายภาพบุคคลด้วยแสงธรรมชาติ&lt;br /&gt;1. เลนส์ที่ใช้ ควรเป็นเลนส์ถ่ายภาพระยะไกล หรือ Tele Photo ขนาดตั้งแต่ 80 มม. ขึ้นไป ที่ดีควรใช้ขนาดประมาณ ....135 มม. เพราะการถ่ายระยะใกล้ด้วยเลนส์มาตรฐานอาจทำให้สัดส่วนของใบหน้าผิดเพี้ยนไป และจะช่วยให้ฉากหลัง.... เบรอ ทำให้ไม่มีสิ่งเกะกะมารบกวนภาพ ถ้าหากไม่มีแนะนำให้เปิดรูรับแสงให้กว้างมาก ๆ แล้วปรับความเร็ว ชัตเตอร์ให้สัมพันธ์กับแสง&lt;br /&gt;2. การปรับระยะชัด ควรปรับที่ดวงตาให้ชัดที่สุด จะทำให้ภาพดูสดใสขึ้น&lt;br /&gt;3. กรณีถ่ายภาพย้อนแสง ควรหลีกเลี่ยงให้แสงจากดวงอาทิตย์ส่องเข้าหน้าเลนส์โดยตรงเพราะอาจทำให้เกิดแสงแฟร์ ....ที่ภาพอาจทำให้ภาพพร่ามัว และเป็นอันตรายต่อสายตาได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ข้อมูลจาก&lt;a href="http://www.krootechno.com/"&gt;http://www.krootechno.com/&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; เทคนิคการถ่ายภาพบุคคล&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;      1. หลีกเลี่ยงฉากหลังที่มาแย่งความสนใจของบุคคล วัตถุในภาพควรเป็นเพียงส่วนประกอบเพื่อให้บุคคลเด่นชัดขึ้นเท่านั้น ฉากหลังที่มารบกวนควรขจัดทิ้ง ซึ่งอาจทำได้หลายวิธี ได้แก่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;      วิธีที่ 1 ถ่ายภาพโดยเปิดรูรับแสงให้กว้างเพื่อให้มีความชัดลึกน้อย หรือถ่ายด้วยเลนส์เทเลโฟโต้ ขนาดความยาวโฟกัส 85 - 105 มม.&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;      วิธีที่ 2 จัดฉากหลังให้เป็นกลาง โดยใช้ท้องฟ้าเป็นฉากหลัง พยายามจัดตัวแบบให้อยู่บนเนิน หรือกำแพง เพื่อให้สามารถถ่ายภาพมุมต่ำได้ หรืออาจจะถ่ายภาพมุมสูงโดยกดกล้องลงมุมต่ำ ใช้สนามหญ้าหรือพื้นดินเป็นฉากหลัง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;      วิธีที่ 3 ใช้วิธีถ่ายใกล้ โดยเคลื่อนย้ายกล้องเข้าไปใกล้ตัวบุคคลให้มาก ๆ ตัดรายละเอียดของวัตถุและสิ่งของที่ไม่ต้องการออกไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;      2. ให้ตัวแบบทำบางสิ่งบางอย่างเพื่อแก้ความเขิน เช่นให้ถือหนังสือ, จอบ, เสียม หรือของที่สามารถบอกลักษณะของบุคคลได้ พยายามถ่ายภาพบุคคลให้สัมพันธ์กับกิจกรรมที่เขาทำอยู่เช่น เด็กกำลังเล่นของเล่น ผู้หญิงกำลังจัดดอกไม้&lt;br /&gt;&lt;a href="http://bp1.blogger.com/_nXfmYiwyHMg/RcsOR1SJ0QI/AAAAAAAAAR4/pvkGZysg54Q/s1600-h/oldsmile2.jpg"&gt;&lt;img style="float:right; margin:0 0 10px 10px;cursor:pointer; cursor:hand;" src="http://bp1.blogger.com/_nXfmYiwyHMg/RcsOR1SJ0QI/AAAAAAAAAR4/pvkGZysg54Q/s400/oldsmile2.jpg" border="0" alt=""id="BLOGGER_PHOTO_ID_5029129108413075714" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://bp1.blogger.com/_nXfmYiwyHMg/RcsOH1SJ0PI/AAAAAAAAARw/DHjJx1kRMbM/s1600-h/fit.jpg"&gt;&lt;img style="float:left; margin:0 10px 10px 0;cursor:pointer; cursor:hand;" src="http://bp1.blogger.com/_nXfmYiwyHMg/RcsOH1SJ0PI/AAAAAAAAARw/DHjJx1kRMbM/s400/fit.jpg" border="0" alt=""id="BLOGGER_PHOTO_ID_5029128936614383858" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;     &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;      ในการถ่ายภาพเด็กนั้นหากเข้าไปถ่ายทันที เด็กจะเกิดความตื่นกลัวไม่ยอมให้ถ่าย หรือถ่ายได้ภาพที่ไม่เป็นธรรมชาติ ดังนั้นขณะกำลังถ่ายจึงควรให้เด็กเล่นสนุก เป็นตัวของตัวเองแล้วจึงถ่ายภาพ ในการถ่ายภาพเด็กมีข้อห้ามอยู่ 3 ประการคือ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;      2.1 อย่าให้แสงแดดส่องเข้าใบหน้าเด็กตรง ๆ จะทำให้เด็กมีนัยตาหยี และหน้าตาดูกร้านเกินวัย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;      2.2 อย่าถ่ายภาพเด็กไกลเกินไป จะได้ภาพเล็ก ยากที่จะขยายให้ดีได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;      2.3 อย่าเลือกถ่ายตรงที่ที่มีฉากหลังยุ่งเหยิง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://bp1.blogger.com/_nXfmYiwyHMg/RcsOc1SJ0RI/AAAAAAAAASA/vF_yGcweZXo/s1600-h/blackmuzer2.jpg"&gt;&lt;img style="display:block; margin:0px auto 10px; text-align:center;cursor:pointer; cursor:hand;" src="http://bp1.blogger.com/_nXfmYiwyHMg/RcsOc1SJ0RI/AAAAAAAAASA/vF_yGcweZXo/s400/blackmuzer2.jpg" border="0" alt=""id="BLOGGER_PHOTO_ID_5029129297391636754" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;      3. การถ่ายภาพหมู่ หากต้องการภาพเป็นการเป็นงาน ควรจัดให้แบบนั่งหรือยืนกันเป็นแถวให้สวยงาม แต่ในกรณีการถ่ายภาพโดยทั่วไป ที่ไม่เป็นการเป็นงานนั้น ควรให้ทุกคนมุ่งความสนใจไปที่สิ่งเดียวกัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;      4. การให้แสงเพื่อแสดงลักษณะของบุคคล ต้องจัดลักษณะของแสงและทิศทางที่มาของแสงให้เหมาะกับบุคคลที่จะถ่าย &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;      - แสงกระจายนุ่ม ๆ (Diffused lighting) และการให้แสงแบบแบน ๆ (Flat lighting) จะให้ความนุ่มนวลและเป็นความรู้สึกที่เหมาะสมสำหรับวัตถุที่อยู่นิ่ง ๆ ให้อารมณ์หรือบรรยากาศเคร่งขรึม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;      - แสงจัด (Specular lighting) เป็นแสงหนักและให้ความรู้สึกเปิดเผยถึงผิวพื้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;      - แสงแนวเฉียง (Cross lighting) เหมาะสำหรับบุคคลที่ให้อารมณ์และบรรยากาศตื่นเต้น พยายามหลีกเลี่ยงการถ่ายภาพในตอนเที่ยงวัน เพราะแสงแรงและเกิดเงาใต้กระบอกตา ควรใช้แสงแนวเฉียงเข้าเหนือศีรษะ จะช่วยแยกผมออกจากผิวพื้น ภาพบุคคลจะเด่นขึ้น&lt;br /&gt;ข้อมูลจาก &lt;a href="http://www.kmitl.ac.th/agridata/baPhoto/L304person.html"&gt;http://www.kmitl.ac.th/agridata/baPhoto/L304person.html&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เทคนิคการถ่ายภาพบุค..ให้ได้ดี #1&lt;br /&gt;# ภาค 1&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;การที่เราจะถ่ายภาพบุคคล(โดยเฉพาะอย่างยิ่ง..นางแบบ) ให้ได้ดี..ให้ออกมาสวยเป็นที่น่าพอใจ(ของตัวแบบเอง)นั้น &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ตัวช่างภาพเองจะต้องคำนึงถึงเทคนิคต่าง ๆ เหล่านี้..&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*การทิ้งฉากหลัง หรือ ละลายฉากหลัง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ดีตรงที่จะทำตัวแบบเด่น ไม่มีฉากหลังรก ๆ มาแย่งสายตา &lt;br /&gt;แต่ในบางกรณี..หากฉากหลังไม่แย่งสายตา หรือ เป็นลักษณะฉากหลังที่สามารถที่จะเล่าเรื่องราวได้ ก็ถือได้ว่า ?เป็นภาพที่สมบูรณ์? เช่นกัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*แสงสีของฉากหลัง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แสงสีของฉากหลังที่ดี ก็คือ แสงสีของฉากจะต้องมืดกว่าค่าแสงเฉลี่ยของหน้านางแบบ และสว่างกว่าค่าแสงที่ผมส่วนมืดของนางแบบ &lt;br /&gt;(ในบางกรณี..เราจะอาจกำหนดให้ฉากหลังชัดก็ได้ หากฉากหลังมีความน่าสนใจ แต่ถ้าหากฉากหลังนั้นมีลักษณะไม่สวยงาม ยุ่งเหยิง รวมทั้งจะไปแย่งความเด่นของตัวแบบไปโดยไม่จำเป็นแล้ว ก็ให้ใช้วิธีการละลายฉากหลัง หรือ เลี่ยง/หลบฉากหลังแทน)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*อย่าให้ตัวแบบ/นางแบบกลายเป็นคนพิการ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;?ถ่ายรูปคนอย่าทำให้นางแบบเป็นคนพิการเด็ดขาด? นั่นคือ อย่าให้ปลายมือ ปลายเท้า ข้อศอกขาดพยายามเก็บเข้ามาในเฟรมให้หมด ถ้าจะตัดส่วนไม่เอาไว้ในเฟรมก็ต้องตัดให้เห็นว่าจงใจตัด เช่น ตัดสูงกว่าศอกและเข่าแต่ประเภทเห็นทั้งตัว ยกเว้นนิ้วเท้าอย่างนี้ไม่ควรตัดอย่างเด็ดขาด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*อย่าให้ตัวแบบคอขาด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ถ้าฉากหลังเป็นท้องฟ้า ทะเล ขอบฟ้า หรืออะไรก็ตาม ที่มีเส้นนอน พยายามอย่าจัดให้พาดผ่านคอนางแบบเด็ดขาด เพราะจะทำให้ได้ภาพในลักษณะ ?นางแบบคอขาด? &lt;br /&gt;ถ้าจะให้ที่สุดดีควรจัดให้เส้นนอนอยู่สูงกว่าระดับศีรษะ หรือ ต่ำกว่าไหล่จึงจะทำให้ภาพดูดีขึ้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*การวัดแสงที่หน้าให้ โฟกัสไปที่ลูกตาเป็นสำคัญ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;?ถ่ายรูปลูกตาต้องชัดเสมอ? ถ้าหากไม่ชัดก็จะต้องมีเหตุผลมารองรับว่า...ทำไมถึงอยากให้ชัด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*ใบหน้าจะเป็นจุดแรกที่คนมอง อย่างน้อยที่สุด เราจะต้องเซ็ทให้แสงที่หน้าพอดีเสมอ ยกเว้นในกรณีที่เจตนาให้มืด หรือสว่างกว่าปกติ...แต่ก็ต้องมีเหตุผลมารองรับเสมอ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*จะเลือกขวา หรือ ซ้าย ดี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ปกติแล้วใบหน้าของคนเราทั้งสองซีก ?สวยไม่เท่ากัน? เรื่องนี้ช่างภาพเองจะต้องอาศัยการพินิจพิจารณาให้ดี ๆ หลังจากนั้นจึงค่อยพยายามจัดกล้องให้อยู่ฝั่งที่สวยกว่า หรือจัดแสงหลักให้อยู่ฝั่งที่สวยกว่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*ตาโตสิ..ดูดีกว่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ดังที่กล่าวข้างต้นแล้วว่า ใบหน้าของคนเราทั้ง 2 ซีก..สวยไม่เท่ากัน? คำถาม แล้วเราจะสังเกตได้อย่างไรล่ะ? &lt;br /&gt;ใบหน้าซีกที่สวยกว่าดูไม่ยากครับ..มันมีเคล็ดลับอยู่ว่า ให้ดูที่ลูกกะตา ?หากลูกตาข้างไหนโตกว่า..ใบหน้าข้างนั้น คือ ข้างที่สวยกว่า? (อันนี้...ถือเป็น ?เคล็ดลับ? ที่รู้กันในหมู่ช่างภาพระดับเซียน ๆ ทั้งหลายครับ)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*ให้แสงครึ่งหน้า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ในกรณีที่สภาพของแสงที่ตกกระทบบนใบหน้าทั้งสองฟากมีความต่างกันมาก ผลที่ออกมาก็คือ ซีกหนึ่งสว่างจ้า แต่อีกหนึ่งมืด หากมีสภาพแสงในลักษณะนี้ &lt;br /&gt;ประการแรกให้ถามตัวแบบว่า ชอบสภาพแสงในลักษณะนี้หรือไม่ &lt;br /&gt;สภาพที่แหล่งกำเนิดแสงอยู่ด้านข้าง หากดูแล้วเห็นว่าจะทำให้ตัวแบบบถ้าดูแล้ว ?ดูไม่ดี? เราสามารถกำหนดเทคนิคให้ตัวแบบหันหน้าเข้าหาแสงเล็กน้อยก็จะดูขึ้นมากทีเดียว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*อย่าให้นางแบบหน้ามืด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หากจำเป็นที่เราจะต้องถ่ายภาพย้อนแสง ก็ให้ Fill flash เพื่อลบเงา(เปิดแสง)ที่ตัวแบบ (ยกเว้นในกรณีที่เราต้องการในลักษณะ Silhouette ก็ว่าไปอย่าง)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*เงยหน้านิดนึง..แล้วจะดี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;กำหนดให้ตัวแบบเงยหน้าขึ้นนิดนึง ภาพจะออกมาดูดีกว่าหน้าตรง หรือก้มหน้างุด ๆ (ยกเว้นเจตนาให้ได้ภาพที่แสดงออกซึ่งอารมณ์อื่นใด???)&lt;br /&gt;*เคล็ดลับหนึ่งในการดูว่าใบหน้าข้างไหนสวยกว่ากัน ก็คือ ให้สังเกตที่มุมปากเวลายิ้มขอวตัวแบบ (มุมปากข้างไหนยกสูงกว่ากัน ก็ข้างนั้นแหละครับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*หนูไม่ใช่ภาพการ์ตูน(ถมดำ)นะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นางแบบไม่ใช่ตัวการ์ตูน ดังนั้นเส้นผมของนางแบบจึงควรจะเห็นเป็นเส้นๆ ไม่ใช่ดำเป็นปื้น ถ้ามองแล้วเห็นผมดำเป็นปื้น ให้จัดแสงใหม่ ให้แสงกระทบผมให้ดี หรือหรี่ช่องรับแสงลงนิดนึงเพื่อให้ผมเป็นเส้น หรือ ใช้เทคนิค Rim Light นั่นเอง&lt;br /&gt;(ซึ่งการใช้เทคนิคนี้...มีการวัดแล้ว สรุปว่าได้ว่าจะทำให้ตัวแบบ(นางแบบ)สวยขึ้น 18.75% รวมทั้งจะทำให้ผมสวยขึ้น 33.29%... (ว่าไปนั่น)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เทคนิคการถ่ายภาพบุคคล...ให้ได้ดี" #2&lt;br /&gt;*ไม่ใช่ทำบัตรประชาชนนะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ควรหลีกเลี่ยงการถ่ายแบบตรง ๆ เหมือนถ่ายรูปติดบัตรประชาชน ทั้งนี้เพราะการที่จะถ่ายมุมหน้าตรงให้สวยนั้นเป็นเรื่องค่อนข้างยาก (แต่หากถึงจะถ่ายมุมตรงก็สวย มุมอื่นก็มักจะถ่ายได้สวยเช่น ลองเปลี่ยนมุม หรือ ลองหามุมสวยอื่น ๆ ดูบ้าง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*ทิศทางแสง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พยายามเลี่ยงแหล่งกำเนิดแสงซึ่งอยู่หน้าตรง ตรงหลัง ด้านบน ด้านล่าง เพราะแหล่งกำเนิดแสงในลักษณะนี้ ถ่ายให้สวยยาก (ยกเว้นภาพที่เจตนาให้เป็นเช่นนี้โดยเฉพาะ)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พยายามกำหนดให้ทิศทางแสงเข้าด้านข้าง เฉียง ๆ (สภาพแสงธรรมชาติที่เหมาะสมเช่นนี้ ก็คือ ในช่วงเวลาเช้าไม่เกิน 9 โมง และช่วงเวลาเย็น เลย 5 โมงไปแล้ว)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หรือ อีกกรณีหนึ่ง ก็คือ เลือกสภาพแสงเกลี่ย ๆ นุ่ม ๆ เช่น ในสภาพแสงรำไร ใต้ชายคา หรือ ในวันที่ฟ้าครึ้ม หรือ ให้เกลี่ยแสงโดยใช้แผ่นรีแฟล็ก (หรือแก้โดยการ fill flash : โดยการใช้กระดาษขาวมาทำเป็นกระบัง(ป้อง)ไว้เหนือ flash...และให้เงยหน้า flash ขึ้นด้านบน แล้วยิงสะท้อนแสงลงมา)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*วัดแสงอย่างไร&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ในการถ่ายภาพบุคคล (โดยเฉพาะนางแบบ) นิยมวัดแสงแบบเฉพาะจุดที่หน้าเป็นสำคัญ หลังจากวัดแสงได้แล้วก็ให้แล้วกดปุ่ม AE ล็อค(ค่าแสง) จากนั้นจัดองค์ประกอบใหม่ (หรือในกล้องบางรุ่นอาจมีฟังก์ชั่นพิเศษ เช่น มีระบบ FlexiZone (CANONX หรือ ฟังก์ชั่น Area (FUJI) เป็นต้น) &lt;br /&gt;ถ่ายไปเรื่อย ๆ ถ้าเปลี่ยนมุม หรือค่าแสงเปลี่ยน ก็เล็ง แล้วกดใหม่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*ใช้เลนส์ช่วงมุมกว้าง หรือ ช่วงเทเล...ดี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;การถ่ายภาพคนให้ดูดี มักนิยมใช้กันในช่วง 85-145 มม. ทั้งนี้เพราะในช่วงเทเลนั้นจะได้ภาพที่ดี ให้สัดส่วนสวยที่สุด รวมทั้งทิ้งฉากหลังได้ดี ให้อารมณ์ได้นุ่มนวลดี เห็นนางแบบได้ชัดเต็มตา &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*ในการถ่ายภาพบุคคลนั้นไม่จำเป็นว่าจะต้องใช้กว้างสุดเสมอไป ให้พิจารณาเลือกเอาตามความเหมาะสม เช่น f/5.6-8 ในช่วง 14 มม. และ f/8-16 สำหรับช่วง 50 มม. ส่วนเลนส์อื่น ๆ ก็ให้อาศัยหลักการคำนวณคล้าย ๆ กัน เช่น ช่วงรับแสงกลาง ๆ ประมาณ 2 สต็อป จากกว้างสุด ถึง 2 สต็อปจากแคบสุด เป็นต้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*ประกายตา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;?ยิ่งมีประกายตาวาววับ..ยิ่งสวย? พยายามเลือกมุมถ่าย หรือเปิดแฟลช หรือใช้รีแฟล็กช่วยบ้าง เพื่อให้ตามีประกาย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*มุมสวย/ไม่สวย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่ละคนมักจะมีมุมสวย และมุมไม่สวยประจำตัวอยู่ ช่างภาพที่ดีจะต้องมีเซนต์ตรงนี้ นั่นคือ จะต้องพยายามหาจุดเด่นนี่ให้เจอ เพราะนั่นคือ ตำแหน่งวางกล้องนั่นเอง &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*ตำแหน่งยอดนิยมในการวางกล้อง ก็คือ ตำแหน่งระดับปลายจมูกของนางแบบ สูง หรือต่ำกว่าไม่มากนัก ไม่เกินตา และปาก ยกเว้นในกรณี หากพิจารณาแล้วเห็นว่า ?นางแบบมีมุมสวยเป็นพิเศษ? หรือ ?ต้องหลบเป็นพิเศษ? ก็อาจจะต้องกด หรือเงยกล้อง เข้าช่วย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*มุมมหาชนสำหรับถ่ายภาพนางแบบ คือ มุมหน้าเฉียง ตำแหน่งกล้องเล็งไปที่แนวแบ่งครึ่ง ระหว่างสันจมูก และดวงตา มุมนี้ส่วนใหญ่มักจะสวย &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*ก้มนิด เงยหน่อย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จะถ่ายมุมก้ม หรือเงย ดี ไม่ได้ถือเป็นกฎตายตัวแต่อย่างใด ทั้งนี้ให้พิจารณาปัจจัยเอื้ออย่างอื่นด้วย กล่าวคือ ?ให้พิจารณาถึงโครงหน้าของนางแบบเป็นสำคัญ? &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หลักการ ก็คือ อะไรไม่สวยก็ผลักไปให้ไกล ๆ จากกล้อง เช่น ถ้าคางไม่สวย หรือ กรามกว้าง ก็ให้ก้มหน้านิด ๆ นึง จะได้ไม่เห็นกราม หรือ ผู้ที่หน้าผากเถิก ให้เงยขึ้นมาหน่อย เป็นต้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เคล็ดลับ : การก้มหน้าจะทำให้ตาโต และอยู่ใกล้กล้อง ซึ่งจะเป็นจุดดึงดูดสายตามากขึ้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*ที่ควรปิดก็ให้ปิด... ที่ควรเปิดก็เปิด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เช่น ?มีช่วงโหนกแก้มสูง หรือมีกรามกว้าง?...ก็ให้ดึงผมลงมาปิดข้างแก้มสักหน่อยก็ดี หรือหันข้างหลบเอาไหล่บังนิดนึง เอียงหน้าหน่อยก็ได้ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;?หูกาง?... ดูแล้วเด่นเกินไป ก็ให้เกลี่ยผมมาปิดซะหน่อย หรือจะใช้เทคนิคนิคเบี่ยงข้างหลบมุมไป &lt;br /&gt;(อย่าให้เห็นพร้อมกันทีเดียวทั้งสองข้าง)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;?แก้มป่อง? ดูเป็นราย ๆ ไป เช่น บางคนถึงแก้มป่องแต่ก็น่ารัก ก็ให้เสยผมเปิดแก้มป่องไปเลยเพราะจะยิ่งช่วยเพิ่มความน่ารักขึ้นไปอีก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*ไม่ควรใส่แว่นตาดำถ่ายภาพอย่างยิ่ง หรืออาจจะเลี่ยงโดยให้ดันขึ้นไปเหน็บบนศรีษะ บางทีจะช่วยให้ดูสวยเก๋ เท่ห์ไปอีกแบบ (ก็ได้)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*Properties&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ในที่นี้หมายถึงอุปกรณ์ประกอบฉากนั่นเอง ดอกไม้ เครื่องประดับ หนังสือ กระเป๋า หมวก ตุ๊กตา หมอนอิง รวมถึงอุปกรณ์อื่นใด โดยพยายามเลือกอันที่ดูแล้วน่ารัก ๆ เหมาะกับสถานที่ และนางแบบ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*อุปกรณ์ประกอบฉากเหล่านี้ ถ้าให้นางแบบได้ถือ อุ้ม หิ้ว หรือ อิง แอบ แนบ วาง ก็จะทำให้นางแบบไม่เขินมาก และช่วยสร้างบรรยากาศ และเรื่องราวได้ดีอีกด้วย &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*ถ่ายคร่อม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;การถ่ายคร่อม ให้ใช้หลักง่าย ๆ นั่นก็คือ ใช้แสงง่าย ๆ วัดแสงพื้นๆ ให้หน้าสว่างพอดี ๆ โอเวอร์นิด และอันเดอร์หน่อย &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*หมายเหตุ : ความหมายของคำว่า ?ถ่ายคร่อม? ในที่นี้หมายรวมไปถึง ให้คร่อมแอ๊คชั่นของนางแบบเวลาโพสท่าด้วย เช่น ให้ตั้งเป็นถ่ายต่อเนื่อง หรือ ถ่ายเป็นชุด ชุดละอย่างน้อย 2-3 รูป เพื่อเลือกแอ๊คชั่นและอารมณ์ที่ดีที่สุด หมุนกล้องแนวตั้ง/แนวนอน ซูมเข้า/ออก เปลี่ยนองค์ประกอบ ขยันขยับย้ายจุดวางกล้องซ้าย/ขวา บน/ล่าง กด/เงย ไปยังมุมสวยมุมอื่น หรือไปยังฉากหลังอื่น ๆ ดูบ้าง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*อย่าขี้เหนียวหน่วยความจำ/ฟิล์ม/หน่วยความจำ จนเกินไปนัก ทั้งนี้เพราะเราอาจจะได้ภาพที่พอใจจริง ๆ เพียงไม่กี่ภาพเท่านั้นจากหลาย ๆ ภาพนั้นก็ได้ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*โพสท่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พยายามจัดวางท่าทางให้เป็นธรรมชาติ อย่าให้ดูว่าเจตนาเกินไป ให้ดูแล้วไม่ขัด ไม่งั้นจะทำให้ภาพที่ออกมาจะดูแข็งกระด้าง ฯลฯ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เคล็ดลับ : &lt;br /&gt;ลองหาจังหวะดี ๆ และใช้การถ่ายแบบ Candid ดูบ้าง เพราะการถ่ายในลักษณะนี้มักจะถ่ายทอดอารณ์ได้กลมกลืน ?ดูดี...ไม่น่าเบื่อ?&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*แต่งตัว แต่งหน้าซะหน่อย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หากเป็นไปได้พยายามแต่งตัวให้เข้ากับบุคลิก และให้ตัวแบบได้ปัดหน้าทาแป้ง ฯลฯ ทั้งนี้เพราะอย่างน้อยที่สุดการแต่งหน้าก็เพื่อกลบจุดด้อยบนใบหน้า..ไม่ให้เด่นเกินไป นั่นเอง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*คุยกันก่อน...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ก่อนที่จะเริ่มถ่ายภาพ ช่างภาพที่มีเซนต์ซะหน่อย ควรจะชวนนางแบบสนทนาพูดคุยซะก่อน &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เหตุผลก็เพื่อไม่ให้นางแบบรู้สึกเขินอาย หรือรู้เกร็งจนเกินไป ซึ่งอาจจะแสดงท่าทางออกมาอย่างไม่เป็นธรรมชาติระหว่างการถ่ายภาพ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;รวมทั้งและจะได้ทำความเข้าใจกันด้วยว่าจะให้รูปออกมาสไตล์ไหน อารมณ์ไหน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ข้อมูลจาก &lt;a href="http://www.klongdigital.com/webboard3/334.html"&gt;http://www.klongdigital.com/webboard3/334.html&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://www.klongdigital.com/webboard3/340.html"&gt;http://www.klongdigital.com/webboard3/340.html&lt;/a&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/6892417444955633654-1845202065244365346?l=2cozyonline.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://2cozyonline.blogspot.com/feeds/1845202065244365346/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=6892417444955633654&amp;postID=1845202065244365346' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6892417444955633654/posts/default/1845202065244365346'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6892417444955633654/posts/default/1845202065244365346'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://2cozyonline.blogspot.com/2007/02/blog-post_08.html' title='เทคนิคการถ่ายภาพบุคคล'/><author><name>Cozy Blog Team</name><uri>http://www.blogger.com/profile/00937403199560185443</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='26' height='32' src='http://farm1.static.flickr.com/134/379368091_92cfabdaf8.jpg?v=0'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://bp0.blogger.com/_nXfmYiwyHMg/Rcr_o1SJz8I/AAAAAAAAAOM/mf4mBGxSU58/s72-c/Image48.jpg' height='72' width='72'/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-6892417444955633654.post-6316284323225143256</id><published>2007-02-03T22:52:00.000-08:00</published><updated>2007-02-03T23:00:50.941-08:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='cozy'/><title type='text'>รวมภาพสมาชิก</title><content type='html'>&lt;a href="http://bp2.blogger.com/_nXfmYiwyHMg/RcWEivi5ppI/AAAAAAAAALg/ob5r2JVoSas/s1600-h/CozyBlog26.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5027570291442296466" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; CURSOR: hand; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://bp2.blogger.com/_nXfmYiwyHMg/RcWEivi5ppI/AAAAAAAAALg/ob5r2JVoSas/s200/CozyBlog26.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;a href="http://bp3.blogger.com/_nXfmYiwyHMg/RcWED_i5poI/AAAAAAAAALY/j0jR4CTOddQ/s1600-h/CozyBlog29.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5027569763161319042" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; WIDTH: 176px; CURSOR: hand; HEIGHT: 211px; TEXT-ALIGN: center" height="210" alt="" src="http://bp3.blogger.com/_nXfmYiwyHMg/RcWED_i5poI/AAAAAAAAALY/j0jR4CTOddQ/s200/CozyBlog29.jpg" width="212" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div align="center"&gt;&lt;a href="http://bp3.blogger.com/_nXfmYiwyHMg/RcWDF_i5pnI/AAAAAAAAALQ/zRSCN73TC-4/s1600-h/Cozy14.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5027568698009429618" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; CURSOR: hand; TEXT-ALIGN: center" height="186" alt="" src="http://bp3.blogger.com/_nXfmYiwyHMg/RcWDF_i5pnI/AAAAAAAAALQ/zRSCN73TC-4/s200/Cozy14.jpg" width="229" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div align="center"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;/div&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/6892417444955633654-6316284323225143256?l=2cozyonline.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://2cozyonline.blogspot.com/feeds/6316284323225143256/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=6892417444955633654&amp;postID=6316284323225143256' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6892417444955633654/posts/default/6316284323225143256'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6892417444955633654/posts/default/6316284323225143256'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://2cozyonline.blogspot.com/2007/02/blog-post.html' title='รวมภาพสมาชิก'/><author><name>Cozy Blog Team</name><uri>http://www.blogger.com/profile/00937403199560185443</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='26' height='32' src='http://farm1.static.flickr.com/134/379368091_92cfabdaf8.jpg?v=0'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://bp2.blogger.com/_nXfmYiwyHMg/RcWEivi5ppI/AAAAAAAAALg/ob5r2JVoSas/s72-c/CozyBlog26.jpg' height='72' width='72'/><thr:total>0</thr:total></entry></feed>
